8 จุดเช็คอินสตูล ดินแดนดึกดำบรรพ์แห่งมหายุคพาลีโอโซอิก 2021

พาไป 8 จุดเช็คอินสตูล จังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมสุดว้าวได้รับเลือกจากยูเนสโกให้เป็นแหล่งอุทยานธรณีโลก (Global Geopark)

เพราะเป็นแหล่งฟอสซิลที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย และเป็นแหล่งค้นพบซากดึกดำบรรพ์แห่งมหายุคพาลีโอโซอิกครบทั้ง 6 ยุค หนึ่งเดียวในเมืองไทย

 

1  พิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์ทุ่งหว้า จุดเช็คอินสตูล พาเราย้อนกลับไปรู้จักยุคพาลีโอโซอิก

ก่อนที่เราจะไปเช็คอินที่เที่ยวสุดอัศจรรย์ใจในสตูล  ที่แรกที่เราอยากให้ทุกคนต้องไปก่อนเป็นอันดับแรก ๆ คือ ที่พิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์ททุ่งหว้า  ซึ่งอยู่ไม่ไกลมากจาก ถ้ำเลสเตโกดอน เพื่อให้เราเห็นภาพความความสำคัญและความน่าอัศจรรย์ใจของพื้นที่ที่เรากำลังจะพาสองเท้าเราไปเยี่ยมเยียนกัน

ภายในพิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์ทุ่งหว้า จะมีการจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ช้างในเมืองไทย และเรื่องราวของช้างดึกดำบรรพ์สเตเลโกดอน รวมถึงเรื่องราวของการค้นพบซากกระดูกและขากรรไกรพร้อมฟันกรามซี่ที่2และ3ของช้างดึกดำบรรพ์ชนิดนี้ ซึ่งมีอายุอยู่ในยุคไพลสโตซีน หรือประมาณ 1.8 - 0.001 ล้านปี.

 

2  ถ้ำเล สเตโกดอน จุดเช็คอินสตูล ตามหาหัวใจที่ปลายงวง

1 ใน จุดเช็คอินสตูลใหม่ ที่ห้ามพลาด ถ้ำเลสเตโกดอน  เป็นถ้ำที่ไฟลน้ำทะเลเข้ามาที่ยาวสุดในประเทศไทย ราว 3.4 กิโลเมตร  ดังนั้นก่อนไปเที่ยวเราจำเป็นต้องเช็คระดับน้ำขึ้นน้ำลง ว่าในวันนั้น ๆ สามารถเข้าไปพายเรือเที่ยวชมความสวยงามของโลกยุคดึกดำบรรพ์ได้หรือไม่   โดยอาจติดต่อไปที่ อุทยานธรณีสตูล หรือ ท่องเที่ยวชุมชนทุ่งหว้า

สิ่งที่โดดเด่นของถ้ำแห่งนี้ที่สำคัญคือการพบซากดึกดำบรรพ์ของช้าง และ

แรดสมัยไพลสโตซีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งช้าง สกุล สเตโกดอน ซึ่งเป็นที่มาของการ

เรียกชื่อถ้ำแห่งนี้ว่า “ถ้ำเล สเตโกดอน”

ก่อนพายเรือคายัคเข้าไปด้านมหาถ้ำ  ทางทีมงานพื้นที่จะให้เราสวมเสื้อชูชีพ และเราก็ควรสวมไฟฉายคาดหัวที่พกมาจากบ้านเตรียมให้พร้อมเลย  เพราะจะช่วยเพิ่มอรรถรสในการชมความมหัศจรรย์ของถ้ำแห่งนี้ได้ตลอด 2 ชั่วโมง 

ระหว่างนั่งเรือคายัคล่องไปในธารน้ำใสที่ไหลผ่านอุโมงค์ถ้ำหินปูน เราจะรู้สึกตื่นเต้น และสนุกไปกับการท้าทายจินตนาการราวกับเรากำลังย้อนเวลาไปสู่โลกยุคดึกดำบรรพ์ พบกับฟอสซิลตามจุดต่าง ๆ ของถ้ำและ ไฮไลท์อยู่ที่ฟันกรามของช้างสเตโกดอน ช้างโบราณที่อยู่มานานกว่าแมมมอธใกล้ปลายอุโมงค์ เราก็ได้เห็นร่องรอยฟอสซิลนอติลอยต์ บรรพบุรุษของหมึก ประทับบนแผ่นหิน ปิดท้ายด้วยอุโมงค์รูปหัวใจอยู่ปลายทาง

พอเราออกมาจากถ้ำก็จะทะลุออกมาเจอกับป่าชายเขียวขจีที่โอบล้อมด้วยภูเขาลูกใหญ่ ดูสวยงามและร่มรื่นมาก ๆ จนถึงท่าเรือ

 

3  ถ้ำภูผาเพชร จุดเช็คอินสตูล อัศจรรย์แสงมรกตแห่งมหาถ้ำ

ถ้ำขนาดมหึมาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก  ภายในถ้ำมีห้องต่าง ๆ มากถึง 20 ห้องโดยประมาณ ใช้สะพานไม้เป็นทางเดินภายในถ้ำ และติดตั้งไฟส่องสว่างไว้ทั่วพื้นที่ จึงทำให้เห็นแสงระยิบระยับของหินงอกหินย้อย ม่านหินที่สุดแสนจะอ่อนช้อย  ชวนดึงดูดใจเหล่าช่างภาพต้องไปเช็คอินที่นี่กันสักครั้ง

 “ห้องแสงมรกต” เป็นห้องถ้ำที่มีชื่อเสียงและอัศจรรย์ใจมาก ด้วยภายในห้องนี้บริเวณเพดานถ้ำจะมีช่องว่างอยู่ เมื่อแสงจากดวงอาทิตย์สาดส่องเข้ามา กระทบกับหินงอกหินย้อย ก่อให้เกิดเป็นแสงสีเขียวมรกตสวยงามสาดส่องลงมาด้านล่างภายในถ้ำ ซึ่งเป็นภาพที่ยากจะสายตาเลยทีเดียว

โดยช่วงเวลาที่แสงจะส่องกระทบลงมาพอดีนั้น จะมีเพียงแค่ 3 เดือนเท่านั้นนับจากเดือน พค. ไป 3 เดือน จะอยู่ในช่วงเวลาประมาณ 15.00-16.00 น. เท่านั้น

 

ไปต่ออีก 1 ไฮไลต์  “ห้องภูผาเพชร” ภายในห้องระยิบระยับแพรวพราวราวกับเพชรเมื่อแสงต้องไปยังหินงอกหินย้อย ที่มีรูปร่างงดงามตามแบบฉบับที่ธรรมชาติได้สรรสร้างขึ้นมา

อัศจรรย์ใจกับม่านหินธรรมชาติที่ “ห้องม่านเพชร” ที่มีลักษณะคล้ายผ้าม่านแขวนซ้อนเป็นริ้ว ๆ อย่างอ่อนช้อยสวนงาม

 

ปิดท้ายด้วย “ห้องพญานาค” ที่มีหินงอกต่อตัวกันคล้ายพญานาคและ “ห้องปะการัง” ที่มีหินงอกหินย้อยรูปทรงคล้ายปะการังในทะเล และอื่น ๆ อีกมากมาย

 

4  น้ำตกวังสายทอง  จุดเช็คอินล่องแก่งสุดมันส์ในสตูล

น้ำตกวังสายทอง เป็นจุดกำเนิดจากน้ำที่ไหลมาจากถ้ำใต้ภูเขา ซึ่งจะมีพวกแร่ธาตุต่าง ๆ ที่ทำให้น้ำตกมีชั้นสีทองลดหลั่นกันมา  ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องการล่องแก่ง  ท่ามกลางสายน้ำสีทองและโอบล้อมไปด้วยต้นไม้ที่เขียวชอุ่ม  หากใครสนใจสามารถติดต่อกับทางรีสอร์ทที่อยู่บริเวณนั้นได้เลย  เพราะแทบจะทุกรีสอร์ทมีบริการพาล่องแก่งเกือบทั้งหมด

 

5 สะพานเขตข้ามกาลเวลาเขาโต๊ะหงาย จุดเช็คอินเดินทางข้ามเวลาที่สตูล

เรามาเดินทางข้ามกาลเวลาที่ “เขาโต๊ะหงาย” ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเกาะเภตรา ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ “อุทยานธรณีสตูล” (Satun Geopark) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็น “อุทยานธรณีโลก” อีกด้วย

โดยเราจะเดินไปตามสะพานไม้ที่เลียบไปกับท้องทะเล ระยะทางราว 1 กิโลเมตร เมื่อเราเดินมาเรื่อย ๆเราจะพบกับจุดข้ามกาลเวลา ซึ่งเป็นจุดที่ส่วนของเปลือกโลกหินทรายสีแดงยุคแคมเบรียน (อายุประมาณ 500ล้านปี) ซ้อนทับหินปูนสีเทา ยุคออร์โดวิเชียน (อายุประมาณ400ล้านปี)

แนะนำว่าหากอยากมาเก็บภาพช่วงที่สวยงามที่สุดของ สะพานข้ามกาลเวลาแห่งนี้  แนะนำให้มาช่วงเช้าก่อนพระอาทิตย์ขึ้น และช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก 

 

6 ปราสาทหินพันยอด และสันหลังมังกร จุดเช็คอินหัวใจที่ปลายแหลมปราสาทหินเหนือทะเลสตูล

ออกไปค้นหาลานฟอสซิลแลนด์ดินแดนยุค 480 ล้านปี ที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย ในยุคหินพาลิโอโซอิก และตามหาหัวใจที่ปลายแหลม ในที่เที่ยวสุด Unseen แห่งจังหวัดสตูล “ปราสาทหินพันยอด”

ปราสาทหินพันยอดนี้ ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู เป็นเวิ้งน้ำเล็ก ๆ ที่โอบกอดด้วยกำแพงสูงใหญ่ของเขาหินปูนปลายยอดแหลมสีเทา-ดำ ราวกับ “ปราสาทหิน” นับเป็นความมหัศจรรย์ของหินและสายน้ำที่สร้างสรรค์ได้อย่างสมดุลและลงตัว

 

เราจะทำการติดต่อกับทีมท่องเที่ยวชุมชนบ่อเจ็ดลูก  จากนั้นเดินทางไปยังท่าเรือ แล้วเปลี่ยนไปนั่งเรือคายัคที่กลางทะเล เพื่อฝึกพายเรือคายัค จากนั้นล่องเรือคายัคถ้ำลอดพบรัก ถ้ำโละพางของโจรสลัด เมื่อเริ่มคล่องแล้วก็ได้เวลาพายเรือเข้าไปชมปราสาทหินพันยอดกันแล้ว  แต่ช่วงช่องทางเข้าจะตื่นเต้นนิดหน่อยด้วยเพราะว่าเป็นช่องประตูแคบ ๆ ชวนให้ใจเต้นตุ๊บๆต่อม ๆ

เมื่อพายเรือเข้ามาด้านในแล้วเราจะพบอีกโลกของธรรมชาติที่สุดแสนอัศจรรย์ ผืนน้ำทะเลสีเขียวมรกต ที่ถูกโอบล้อมไปด้วยป้อมปราการสุดอลังการของเขาหินปูนสีเทาดำขนาดใหญ่ จากนั้นได้เวลาปีนขึ้นไปนั่งพักชมวิวเหนือป้อมปราการ ตามหาหัวใจที่ปลายแหลม ก่อนพายเรือกลับแวะเดินทอดน่องบนสันหลังมังกร ความอัศจรรย์ของธรรมชาติ ที่ระดับน้ำทะเลลดลงแล้วเนินทรายโผล่เป็นแนวยาวเป็นริ้ว ๆ ราวกับเกล็ดของมังกร  เป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่ต้องเก็บภาพให้ได้สักครั้งจริงๆ

 

7 เกาะหลีเป๊ะ  เกาะสวรรค์ที่ใครมาสตูลต้องเช็คอิน

หาดสวย น้ำใส สวรรค์ของปะการังอ่อน คือนิยามของ “เกาะหลีเป๊ะ” เพชรเม็ดงามประจำจังหวัดสตูล ตั้งอยู่ใจกลางทะเลอันดามัน  เกาะแห่งนี้มีความสวยงามของท้องทะเลสีความและหาดทรายสีขาวที่โอบล้อมจรได้อีก 1 ชื่อเรียกว่า เกาะสวรรค์แห่งการพักผ่อน มีรีสอร์ทหลากหลายสไตล์ให้เลือกมากมาย และเมื่อไปพักแล้วอย่าลืมซื้อแพคเกจดำน้ำชมความงามของโลกใต้ทะเลเลของเกาะหลีเป๊ะกันด้วยนะ ไม่ว่าจะเป็นเกาะหินซ้อน ชมความมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติสรรค์สร้างให้หินก้อนใหญ่สองก้อนซ้อนกันแลดูคล้ายเรือดำน้ำที่ลอยอยู่กลางทะเล ใต้ท้องทะเลรอบเกาะเห็นแนวปะการังอ่อน และดอกไม้ทะเลสีสันสวยงามไม่แพ้จุดใดๆ

ชมปะการังแข็ง และดอกไม้ทะเล พร้อมด้วยบรรดาปลาการ์ตูนสีสวยที่ เกาะไผ่ ทะเล ตามล่าหากัลปังหา ปะการังอ่อน สีสันต่างๆ  ที่ เกาะผึ้ง  เดินเล่นหาดทรายขาว ที่เกาะราวี  แล้วปิดท้ายมื้อเย็นด้วยอาหารทะเลสด ๆ ที่มีให้เลือกหลายร้าน และราคาก็ไม่แพงด้วยจ้า

 

8 เกาะอาดัง จุดเช็คอินสำหรับคนอยากติดเกาะที่สตูล

เกาะอาดัง เป็นเกาะเล็ก ๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากเกาะหลีเป๊ะมาก  ใช้เวลาในการนั่งเรือราว 15-30 นาที   เป็นเกาะที่อยู่ภายใต้การดูแลของอุทยานแห่งชาติ  จึงมีความเงียบสงบและ Slow life มากกว่าเกาะหลีเป๊ะ   เหมาะกับสายที่ชอบแค้มปปิ้ง นอนฟังเสียงคลืน ชมวิวทะเล และดาวล้านดวงในยามค่ำคืน  

ธรรมชาติบนเกาะอาดังยังถือได้ว่าค่อนข้างบริสุทธิ์มาก ๆ ผืนทรายอันขาวเนียนละเอียดนุ่มที่เต็มไปด้วยน้องหอยตัวเล็กตัวน้อย เหล่าปูต้วเล็ก ๆ ที่พากันวิ่งเล่นผืนทราย  หากใครโชคดีอาจเจอน้องปลาดาวนอนอาบแดดอยู่ก็เป็นได้  

นอกจากมานอนพักสไตล์ชาวแค้มป์แล้ว ที่นี่ยังมีจุดดำน้ำชมปะการังที่สวยไม่แพ้กับเกาะหลีเป๊ะอีกด้วย  และถ้าใครขาลุยหน่อยอย่าลืมไปปีนเขาจุดชมวิวเพื่อชมอาทิตย์ลับขอบฟ้ากันด้วยนะ

ใครที่สนใจอยากมาติดเกาะที่ เกาะอาดัง ให้หิ้วเต็นท์พร้อมเสบียงนั่งเรือต่อจากท่าเรือหลีเป๊ะมาลงที่เกาะอาดัง แล้วติดต่อกับทางเจ้าหน้าที่อุทยานที่พร้อมให้บริการได้เลยจ้า