อีก 1 ที่เดินป่าใกล้กรุงเทพฯ ที่ติด Top list ในดวงใจของคนที่อยากไปเดินป่าหลาย ๆ คน คงหนีไม่พ้น เขาหลวงสุโขทัย  ด้วยระยะทางที่ขับรถจากกรุงเทพฯเพียง 5-7  ชั่วโมงเท่านั้น และลักษณะเทรลทางเดินที่ไม่ยากมาก เดินเพียง 3-4 กิโลเมตรเท่านั้น จึงไม่แปลกที่ยอดเขาแห่งนี้จะเป็น Destination ยอดฮิต และมีรีวิวการเดินทางให้เราเลือกอ่านประสบการณ์การเดินทางมากมาย ที่เล่าเรื่องการผจญภัยบนเส้นทางเดินป่าแห่งนี้ได้อย่างสนุกและงดงาม

แต่ก็มีเรื่องข้อควรรู้ การเตรียมตัวบางส่วนสำหรับคนที่กำลังวางแผนจะไป เขาหลวงสุโขทัย ควรรู้ แต่ในรีวิวส่วนใหญ่มักจะไม่ได้บอก ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น tips รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะช่วยให้แผนการเดินทางของคุณสนุก ราบลื่นมากยิ่งขึ้น  บทความนี้เราจะมาแชร์เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้กันค่ะ

 

1. การเดินขึ้น เขาหลวงสุโขทัย ช่วงเช้า นอกจากจะเดินเย็นสบายแล้ว ยังเดินเที่ยวเช็คอินครบทุกจุดไฮไลต์ได้แบบชิลล์ๆอีกด้วย

เรื่องเวลาการเดินทางนี้ หลายคนอาจจะหลงลืมให้ความสำคัญไป ด้วยเห็นว่าเป็นยอดเขาที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯมาก ๆ ใช้เวลาขับรถไม่นาน แต่เราอยากชวนให้คิดย้อนกลับนิดนึงว่า หากเรามาถึงที่ทำการอุทยานสาย การติดต่อประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่ ลูกหาบก็ใช้เวลาในการดำเนินงานระดับหนึ่ง  ไหนจะเวลารีเช็คเตรียมของให้พร้อม กว่าจะได้ขึ้นเขาจริง ๆ อาจจะเป็นเวลาเกือบเที่ยง หรือบ่ายไปแล้ว ซึ่งนั่นจะเป็นช่วงเวลาที่พระอาทิตย์กำลังทำงานอย่างเต็มที่เลยทีเดียว นั่นอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำร่างกายล้า จากการเสียเหงื่อ เพราะถึงแม้ระยะทางเดินจะเพียงแค่ 3.7 กิโลเมตร  แต่เป็นส่วนใหญ่เป็นทางชันล้วน ๆ  หากเราฟิตกล้ามขาไม่แข็งพอ เราอาจจะเดินไม่ไหว จนอาจไปถึงจุดตั้งแค้มป์ช้ากว่าที่คาดไว้  และนั่นอาจทำให้เราพลาดโอกาสที่เราจะได้เดินเที่ยวให้ครบทุกจุดไฮไลต์บนเขาหลวงสุโขทัย ซึ่งมีมากถึง 5 จุดด้วยกัน  คือ เขาพระเจดีย์ เขาภูกา เขาพระแม่ย่า ผาชมปรง และผานารายณ์     
แต่หากเราเดินทางมาพักที่บ้านพักอุทยานก่อนล่วงหน้า 1 คืน ซึ่งปกติจะเปิดให้จองออนไลน์ล่วงหน้าได้ 6 เดือน https://nps.dnp.go.th/reservation.php?id=21      หรือจะเป็นที่โรงแรม เกสเฮ้าส์ที่อยู่ไม่ไกลจากอุทยานแห่งชาติเขาหลวงสุโขทัย ก็จะทำให้เราสะดวกเดินทางมาติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ได้ตั้งแต่เช้า ก็จะทำให้เราได้เริ่มเดินขึ้นเขาตั้งแต่เช้าเช่นกัน โดยทางอุทยานจะเริ่มแจกบัตรคิวขึ้นเขาเวลา 05.30 น. เนื่องจากช่วงสถานการณ์ COVID-19 ได้มีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว และเริ่มเปิดให้ลงทะเบียน ดำเนินการจองลูกหาบ และมัดจำค่าขยะ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายอยู่ราว 200 บาท จะได้คืนหลังจากนำขยะลงมาในวันกลับนะคะ 

 

 

2. คิดจะขึ้น เขาหลวงสุโขทัย อย่าริหวังพึ่งลูกหาบเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะช่วงเทศกาล ควรมีแผนสำรองไปด้วย

“วางแผนผิด ชีวิตเปลี่ยน” ประโยคนี้ยังคงเป็นคำยอดฮิตติดปากของเหล่านักเดินป่าที่ไปเดินป่าที่เขาหลวงสุโขทัยกันเป็นครั้งแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวันหยุดยาว ซึ่งไม่ได้คาดคิดว่า “ลูกหาบอาจมีบริการให้ไม่เพียงพอ” เพราะปริมาณนักท่องเที่ยวและความต้องการใช้บริการลูกหาบช่วยแบกสัมภาระนั้นมีเยอะเกินกว่าจำนวนตัวลูกหาบเอง  ซึ่งอาจส่งผลให้เราต้องแบกของเองมากเกินกว่าที่คาดไว้ กับข้าวที่เตรียมไว้บางส่วนอาจเป็นหมัน  รวมไปถึงสัมภาระอาจมาถึงล่าช้ามาก ๆ



3. การมีแผนสำรองทุกครั้งที่ไปเดินป่า จึงสำคัญ  รู้เขา รู้เรา เข้าป่ากี่ครั้ง ก็ฟินกระจาย

1.   วางแผนทางเลือกไว้เลยว่า หากเราไม่มีลูกหาบ สัมภาระอันไหนที่เราจะแบกขึ้นไปเอง อันไหนที่ต้องตัดใจเก็บไว้ที่รถ  ซึ่งหากเป็นพวกเต็นท์ ถุงนอน แผ่นรองนอน ทางเราก็ขอแนะนำว่า ทางอุทยานมีบริการให้เช่า ซึ่งอุปกรณ์แค้มปิ้งทั้งหมดนี้ มีให้บริการที่จุดแค้มปิ้งด้านบนเรียบร้อยแล้ว  เราเพียงแค่ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ที่ด้านล่างก่อนขึ้นเขาได้เลย  
2.   วางแผนเรื่องการแพคเสบียงอาหารให้เหมาะแก่กระจายช่วยกันแบก หากเราไปกันหลายคน  หรือหากไปคนเดียว เราอาจเลือกเสบียงบางส่วนเท่าที่เราแบกไหว และต้องรีบทำกินขึ้นไปเอง และบางส่วนก็ไปซื้อกับร้านค้าสวัสดิการด้านบนจุดแค้มปิ้งเสริมเอาได้  ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพวกมาม่า ปลากระป๋อง ไข่ ฯลฯ
3.   ควรมีขนม น้ำดื่ม หรือเสบียงสำรองติดกระเป๋าเป้ไว้เสมอ  เพราะหากเราได้ลูกหาบช่วยแบกเสบียงอาหารก็จริง  แต่ลูกหาบมาช้ากว่าที่คาดคิดไว้  อย่างน้อย ๆ เย็นวันนั้นเราก็ยังคงมีอาหารและน้ำดื่มให้อิ่มท้องได้นะ
4.   เสื้อกันหนาว เสื้อกันฝน อุปกรณ์ล้างหน้าแปรงฟัน ไฟฉาย สิ่งของมีค่า  5 สิ่งนี้ควรอยู่ในกระเป๋าเป้ ที่เราเป็นคนแบกเอง  เพราะหากเกิดเหตุฉุกเฉิน ลูกหาบมาช้า ลูกหาบไม่มา เราก็มั่นใจได้ว่าคืนนี้เราจะไม่นอนหนาว ได้ล้างหน้าแปรงฟัน  และมีแสงสว่างไปไฟนำทางให้ชีวิต

 

4. หากไป เดินป่าเขาหลวงสุโขทัย ช่วงหน้าฝน ล่ะก็ โปรดเตรียมตัว เตรียมใจเรื่องความชื้น เปียก เละ ไว้เลย

เส้นทางเดินป่าที่ขึ้นชื่อว่าแสนจะชันอย่างหฤโหด จะยิ่งทวีคูณเข้าไปอีก หากเราไปเดินเส้นทางป่านี้ในช่วงหน้าฝน ถึงแม้ว่าจะพอมีราวไม้ให้เราพอเกาะไปได้บ้าง แต่ทางที่แสนจะลื่นนี้ก็ทำให้เราต้องงัดเอากล้ามขาทุกส่วนมาใช้เพื่อให้ไปให้ถึงยังจุดหมายให้ได้    เท่านั้นยังไม่พอหากเราเตรียมตัวไปไม่ดีพอล่ะก็ ทั้งตัว ทั้งสัมภาระ คงต้องเปียก เปื้อนจนเราต้องชื้นๆ ในเต็นท์นอนอันแสนอบอุ่นเป็นแน่แท้ 
ซึ่งเรามี tips เล็ก ๆ สำหรับเตรียมตัวไปเดินป่าหน้าฝนที่เขาหลวงสุโขทัย นั่นก็คือ ให้ห่อเสื้อผ้า สัมภาระที่เราจะแบกขึ้นไปบนเขาด้วยถุงพลาสติกให้มิดชิด ไล่อากาศออกให้หมด และแพ็คลงเป้  เท่านี้ต่อให้ระหว่างทางเดินเราจะลุยกี่ฝน กี่โคลน  แต่อย่างน้อยก่อนนอนเราก็มีเสื้อผ้าแห้ง ๆ สะอาด ๆ ใส่นอนกันล่ะ

 

5. ระยะทางดูเหมือนใกล้ แต่ไฉนตะคริวจึงไม่หยุดขึ้นขาฉัน

“ภูเขาปราบเซียนของโซนภาคเหนือ” เป็นฉายาของจริงที่ไม่ได้มาเล่น ๆ ของเขาหลวงสุโขทัย ถึงแม้ระดับความสูงของยอดเขาจะสูงเพียงแค่ 1200 เมตรจากระดับน้ำทะเลก็ตาม  แต่เส้นทางขึ้นเขานั้นเหมือนตะกายดาว ชันเกิ๊น จะชันไปไหน ชันจนต้องร้องขอชีวิต  ชันจนลูกตะคริวขึ้นขาไปหลายลูก  เพราะฉะนั้นก่อนดินทางท่องไว้เลย “ยาดม ยาหม่อง สเปรย์กันตะคริว” ต้องมีติดกระเป๋าเป้  อ้อ แนะเพิ่มอีก  1 อย่าง น้ำแดง
เฮลบลูบอยผสมน้ำเปล่าใส่ขวดน้ำพกติดตัวค่อยๆ จิบไป นี่ช่วยเพิ่มความสดชื่นได้เยอะเลย

6. ไป เดินป่าเขาหลวงสุโขทัย ควรเตรียมรองเท้าไป 2 คู่

หลายคนส่วนใหญ่ที่จะไปเดินป่าขึ้นเขามักจะนำรองเท้าเดินป่าติดตัวไปแค่คู่เดียว แต่มักจะลืมไปว่า เมื่อเราไปถึงแค้มป์แล้ว  มันคงจะฟินกว่าแน่ๆ หากเราได้สวมใส่รองเท้าแตะสบาย ๆ  นั่งจิบกาแฟชมวิวลับเหลี่ยมเขา  แต่สำหรับการเดินป่าที่นี่เราอยากขอแนะนำให้เป็นรองเท้าแตะแบบรัดส้นที่มีดอกยางรองเท้าลึกนิดนึง หรือเรียกง่าย ๆ เป็นแบบรองเท้า Hybrid Life ซึ่งเป็นส่วนผสมระหว่าง Sneakers + Sandals  เหตุผลที่เราแนะนำให้รองเท้าคู่ที่ 2 เป็นสไตล์แบบนี้ก็เพราะว่า ด้วยทางที่ชันและลื่นของเส้นทางเดินป่าแห่งนี้ รองเท้าของนักเดินป่าหลายคนขาด พื้นรองเท้าหลุด  ซึ่งหากไม่มีรองเท้าที่พร้อมพอพาลุยได้ล่ะก็  เราคงได้เดินขึ้นกันปวดกล้ามขากันเลยทีเดียว

ถึงด้านบน เขาหลวงสุโขทัย จะมีร้านค้าสวัสดิการ แต่เราก็ควรเตรียมสรรพาวุธเรื่องปากท้องให้พร้อมสรรพ

อย่างที่เราบอกไปข้อ 2 ว่า ด้านบนจุดตั้งแค้มป์บนเขาหลวงสุโขทัย นั้นมีร้านค้าสวัสดิการเปิดให้บริการอยุ่ก็จริง  ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นอาหารแห้ง ขนม ไข่ไก่  น้ำดื่ม  ฯลฯ  ซึ่งหากเราไปเที่ยวคนเดียว ไม่ได้ทานอะไรมากมาย การพึ่งร้านค้าสวัสดิการ ก็ดูเป็นทางเลือกที่ดูชิลล์ๆดี  แต่ถ้าหากว่าเราไปกันหลายคน การเตรียมเสบียงส่วนใหญ่ไปเองดูจะเป็นทางเลือกที่น่าสนุกและอิ่มท้องมากกว่า  อีกทั้งถึงด้านบนจะมีอาหารแห้งจำหน่าย และอุปกรณ์ครัวเรายังต้องเตรียมไปเองนะจ๊ะ 

อุปกรณ์ครัวที่จำเป็นในการพกติดตัวเข้าป่าที่เราอยากแนะนำ มีเพียงแค่หม้อสนามสำหรับหุงข้าว 1ใบ  ชุดหม้อ Cook set  เตาแค้มปิ้ง พร้อมแก๊สกระป๋องอย่าง 2-3 กระป๋อง จาน ชาม ช้อน และแก้วน้ำดื่มส่วนตัว แค่นี้ก็เอาอยู่แล้วค่ะ

 

และทั้งหมดนี้คือ Tips รายละเอียดเล็ก ๆ น้อยๆ ที่จะมาช่วยเติมในช่วงว่างของแผนการเดินทางของเพื่อนๆ ให้ปลอดภัยและมีความสุขตลอดการเดินทางไปผจญภัยในเมืองรุ่งอรุณแห่งความสุขกันนะคะ