7 ที่กางเต็นท์เชียงใหม่ สุดโรแมนติก 2021

ที่ควรพาคนรู้ใจไปกอดให้หายหนาว

 

เชียงใหม่ เป็นจังหวัดที่ให้ชวนให้หัวใจของใครหลายๆ คนรู้สึก Feel good โดยเฉพาะช่วงปลายฝนต้นหนาว

ลมหนาวพัดโชยมาจางๆ ชวนให้คนหลายคนที่อยากชวนคนรู้ใจพากันไปกอดให้ไออุ่นกันที่เชียงใหม่  และคงไม่ไม่มี

กอดไหนจะโรแมนติคไปกว่าการได้กอดกันท่ามกลางใต้ดวงดาว ต้นไม้ และแสงอาทิตย์

 

1 ม่อนล่อง

กางเต็นท์นอน มองวิวทะเลดาวเมืองเชียงใหม่จากจุดชมวิว

ที่สูงที่สุดใน อำเภอแม่ริม "ม่อนล่อง" 

ม่อนล่องเป็นดอยหน้าผาสูง ตั้งอยู่ในโครงการหลวงบ้านหนองหอย เลยขึ้นไปจากม่อนแจ่ม  ที่จุดกางเต็นท์นี้ยังค่อนข้างเงียบสงบ และเพียบพร้อมไปด้วยธรรมชาติรอบตัวทั้งภูเขา ต้นไม้ สายหมอก และดวงดาว  จึงเหมาะเป็นอย่างยิ่ง

สำหรับคู่รักที่ต้องการมาพักผ่อนเพื่อปลดระวางความเครียด และดื่มด่ำกับธรรมชาติอย่างเต็มที่

ช่วงที่เหมาะแก่การไปกางเต็นท์คือช่วงปลายฝนต้นหนาว และหน้าหนาว เพื่อให้เราได้สัมผัสผืนป่าสีเขียวกลางสายหมอกจางๆ


การเตรียมตัวไปตั้งแค้มป์ที่ม่อนล่องนี้ แนะนำให้เราเตรียมพร้อมอาหาร
น้ำดื่ม  อุปกรณ์การนอน อุปกรณ์ให้แสงสว่างให้พร้อม เพราะที่นี่ไม่ได้มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากนัก     

เราสามารถเดินทางไปกางเต็นท์ที่ม่อนล่องได้ง่าย ๆ โดยใช้เส้นทางเดียวกับที่เราไปเที่ยวม่อนแจ่ม

แต่จะมีทางแยกให้เลี้ยวขวามายังม่อนล่อง  ใช้เวลาในการเดินทางจากตัวเมืองเขียงใหม่ไม่เกิน  2 ชั่วโมง

 

2 ดอยค้ำฟ้า

กางเต็นท์นอนกลางป่าซากุระกว่า 1000 ไร่  ที่ ดอยค้ำฟ้า  จุดกางเต็นท์ในอำเภอเชียงดาว อีก 1 จุดที่เราจะได้เห็นดอยหลวงเชียงดาวตั้งตระหง่านอย่างสง่างาม 

บรรยากาศลานกางเต็นท์ที่เงียบสงบคละเคล้ากับเสียงนกร้องเจื้อยแจ้ว ที่บินโฉบไปมาระหว่างต้นสน และต้นพญาเสือโคร่ง ช่วงเย็นเดินออกจากลานกางเต็นท์ไปยังสวนหิน

ลานหินธรรมชาติ ที่เต็มไปด้วยหินก้อนเล็กใหญ่ หลากหลายรูปแบบ ถูกจัดวางให้สวยงามโดยนักออกแบบที่ชื่อว่า ธรรมชาติ  จุดนี้เป็นจุดที่เราจะได้ชมวิว ดอยหลวงเชียงดาวได้ชัดเจนและได้มุมกว้างที่สุด 

ในยามเช้าพาตัวเองไปสูดหายใจลึก ๆ ที่ กิ่วใจหาย  เราจะได้พบกับทะเลหมอกหนานุ่มสีขาวราวกับฟองนมที่ถูกตีจนฟูนุ่มในถ้วยกาแฟคาปูชิโน่  และมีฉากหลังเป็นดอยหลวงเชียงดาวอีกมุมหนึ่ง

จุดกางเต็นท์ดอยค้ำฟ้านี้ ไม่มีร้านค้าสวัสดิการ ให้บริการ เเราต้องเตรียมเสบียงและอุปกรณ์การนอนกันให้พร้อมก่อนออกเดินทางให้เรียบร้อย  ส่วนในเรื่องของห้องน้ำที่นี่มีให้บริการค่ะ ค่อนข้างสะอาดเลยทีเดียว

ใครที่สนใจไปที่นี่ต้องขออนุญาตเจ้าหน้าที่ที่หน่วยยจัดการต้นน้ำแม่งายก่อนเท่านั้น เพราะเส้นทางขึ้นไปดอยค้ำฟ้านั้นต้องเป็นรถขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่จะมีรถของคนท้องถิ่นไว้ให้บริการ ต้องติดต่อล่วงหน้า โทร. 081 881 7346

 

3 สันป่าเกี๊ยะ

สัมผัสมนต์เสน่ห์ห้วงฝันของดอยหลวงเชียงดาวสักครั้งในชีวิตผ่านภาพสะท้อนดอยหลวงเชียงดาวที่เรามองเห็นยอดเขามงกุฎอย่างชัดเจนจาก จุดกางเต็นท์สันป่าเกี๊ยะ 

ความโรแมนติคของ จุดกางเต็นท์ แห่งนี้ คือในช่วงปลายธ.ค. - ม.ค. เหล่าดอกพญาเสือโคร่งเบ่งบานอวดโฉมสีชมพูแสนหวานตัดกับสีฟ้าสดใส โดยมีฉากหลังเป็นดอยหลวงเชียงดาว

ซึ่งเป็นภาพในฝันที่เย้ายวนใจให้คู่รักสายตั้งแค้มป์ ต้องชวนกันไปเยือนสักครั้ง

หลังจากที่กางเต็นท์เตรียมนอนรอชมเหล่าดวงดาวปรากฏกายที่ จุดกางเต็นท์สันป่าเกี๊ยะ แล้ว  อย่าลืมเดินไปเดินส่งพระอาทิตย์กลับบ้านที่จุดกางเต็นท์หน่วยจัดการต้นน้ำแม่ตะมาน

ซึ่งเดินไปอีกเพียงแค่ราว 200 เมตรเท่านั้น

รุ่งอรุณอีกวันรูดซิปเต็นท์นอนออกมาทักสวัสดีคุณพระอาทิตย์ที่กำลังค่อยๆ โผล่พ้นจากยอดมงกุฎดอยหลวงเชียงดาว แบบฟิน ๆ ได้เลย  ที่จุดกางเต้นท์นี้ มีห้องน้ำให้บริการ  แต่ไม่มีร้านอาหารให้บริการ 

ใครที่กำลังวางจะไปตั้งแค้มป์ที่นี่ อย่าลืมวางแผนเรื่องอาหารและถุงขยะไปด้วยนะ

การเดินทางขึ้นไปยังจุดกางเต้นท์ที่นี่ จำเป็นต้องใช้รถโฟร์วิลของชาวบ้านที่ชำนาญทางขึ้นไปจะดีกว่า  เพราะเส้นทางส่วนใหญ่ขึ้นเขาและเป็นดินโคลน 

ก่อนเดินทางไปพักควรติดต่อไปที่ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมที่สูง คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่โทรศัพท์ 0 5322 2014  ก่อน เพื่อตรวจสอบว่า พื้นที่กางเต็นท์ เปิดให้บริการหรือไม่ รวมไปถึงสอบถามเรื่องรถโฟร์วิลที่พาขึ้นไปยังจุดกางเต็นท์

 

4 ดอยม่อนอังเกตุ และไร่สตรอเบอรี่  สะเมิง

กางเต็นท์นอนชมวิว 360 องศาและทะเลดาวตกที่ ดอยม่อนอังเกตุ สูงที่สุดในอำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,840 เมตร จากลานกางเต็นท์เราจะมองเห็นวิวหมู่บ้านชาวเขาเผ่าลีซอ และเผ่ากะเหรี่ยง

และหากอากาศดี ท้องฟ้าสดใสจะเห็นวิวกว้างโล่งสุดลูกหูลูกตาไปจนถึงฝั่งอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน อำเภอแม่แจ่ม อำเภอแม่แตง ห้วยจ้อ ห้วยน้ำดัง ดอยหลวงเชียงดาว และดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่  โดยเฉพาะยามเช้า

ที่เราอาจจะได้เจอทะเลหมอกหนานุ่มมาทักทายถึงหน้าเต็นท์นอนเลยทีเดียว 

หากใครสนใจมากางเต็นท์นอนชมวิวที่ดอยม่อนอังเกตุนี้ ให้เตรียมอุปกรณ์การนอน  เสบียงอาหาร น้ำดื่ม อุปกรณ์ให้แสงสว่างมาให้พร้อม  เพราะด้านบนยังคงความเป็นธรรมชาติอยู่มาก ๆ หลังจากนอนค้างคืนบนดอยกันมาคืนหนึ่งแล้ว

ลองเปลี่ยนบรรยากาศมากางเต็นท์นอนกลางไร่สตรอเบอรี่ก็ได้อารมณ์เจ้าของฟาร์มเหมือนกันนะ  ยามเช้าที่มีหมอกจาง ๆ กระจายอยู่เต็มไร่สตรอเบอรี่ที่ไกลสุดลูกหูลูกตา กับอากาศเย็น ๆ สุดสดชื่นที่ชวนให้เราอยากลุกขึ้นมาเดินเก็บ

สตรอเบอรี่สีแดงสดมาทำอาหารเช้าทานกับขนมปัง กาแฟเข้มๆ สักแก้ว 

ใครที่สนใจอยากมากางเต็นท์ซึมซับบรรยากาศทั้งวิวบนเขา และวิวไร่สตรอเบอรี่ สามารถติดต่อสอบถามกับทางรีสอร์ทที่เปิดให้บริการในเมืองสะเมิงได้เลย  มีรีสอร์ทให้เราเลือกบรรยากาศตามแบบที่เราชอบค่อนข้างหลากหลาย

และอีกอย่างคือการจะขึ้นไปดอยม่อนอังเกตุนั้น จำเป็นต้องใช้รถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ เท่านั้น ซึ่งตามแต่ละรีสอร์ทจะมีให้บริการของส่วนนี้อยู่ค่ะ

ช่วงเวลาที่เหมาะสมไปเยือนสะเมิง แนะนำเป็นช่วงเดือนธันวาคม - กุมภภาพันธ์  เพราะเป็นช่วงที่อากาศหนาว วิวกำลังสวย  และสตรอเบอรี่เริ่มออกลูกบางส่วนแล้วจ้า

 

5 ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง)

1 ใน Dream destination จุดกางเต็นท์ของเหล่าคู่รัก และใครหลายๆ คนที่ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องได้ไปกางเต็นท์นอนท่ามกลางต้นซากุระสีชมพูแสนหวานที่กำลังบานสะพรั่ง

ช่วงสายๆ ไปเเดินลอดซุ้มอุโมงค์เสือชมพู ซุ้มอุโมงค์แสนหวานที่มีแสงแดดสาดส่องอย่างสวยงามราวกับเป็นสปอตไลท์ธรรมชาติที่เรารู้สึกราวกับอยู่ในห้วงฝัน

อุโมงค์พญาเสือโคร่งสีชมพูพริ้งแพรว  จะเริ่มเบ่งบานเป็นแถวยาวไปตามถนนเส้นเล็กๆ  ในศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) 

ในช่วงราวเดือนมกราคม ถึงกุมภาพันธ์ หรือขึ้นอยู่กับอุณหภูมิที่ต้องหนาวมากพอที่จะทำให้ดอกพญาเสือโคร่งผลิบานออกจากดอกตูม

ที่ศูนย์วิจัยฯแห่งนี้  มีลานกางเต้นท์จำนวน 2  ลาน  แต่ละลานสามารถรองรับเต้นท์ราว 100 หลัง โดยเราสามารถนำอุปกรณ์การนอนของเราไปเอง หรือจะใช้บริการเต้นท์ของทางศูนย์วิจัยฯ ก็ได้เลย

แต่ให้ติดต่อจองไปล่วงหน้าก่อนจะดีกว่า เพราะเต้นท์ของทางศูนย์วิจัยฯ มีจำนวนจำกัด   ใกล้ลานกางเต้นท์มีร้านอาหารสวัสดิการให้บริการ และมีห้องน้ำให้เราทำธุระได้อย่างสะดวก ถือว่าเป็น ที่กางเต็นท์เชียงใหม่

ที่ค่อนข้างมีการจัดการที่ดีเลยทีเดียวล่ะ

 

6  ม่อนสน อ่างขาง

จุดกางเต็นท์ ที่วิวสวยงามราววกับภาพวาดอีก 1 จุด ที่คู่รักสายกางเต็นท์ต้องไปปูเสื่อนอนชมวิวทะเลดาวในยามค่ำคืน และตื่นเช้าเปิดเต็นท์มาดูทะเลน้ำนมกันที่หน้าบ้านให้ได้สักครั้งคือที่ ม่อนสน อ่างขาง

ดินแดนหุบเขาสูงที่แสนงดงามและเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ของชาติพันธุ์  หลังจากพักค้างคืนและชมวิวยามเช้ากันจนเต็มอิ่มแล้ว  เราไม่อยากให้พลาดสวนดอกไม้เมืองหนาว และสวนซากระที่ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เลย

เพราะที่สถานีแห่งนี้มีดอกไม้เมืองหนาวหลากหลายสายพันธุ์  และต้นไม้นานาชนิดอยู่พื้นที่กว่าร้อยไร่ ไม่ว่าจะเป็นแปลงดอกกุหลาบ สวนซากุระญี่ปุ่น สวนบอนไซ ดงต้นท้อที่เป็น 1 ในฉากสุดโรแมนติคของภาพยนต์

The Letter แล้วไปดูหมอกหยอกสตรอเบอรี่ ที่ไร่สตรอเบอรี่ขั้นบันไดที่กว้างยาวสุดลูกหูลูกตาที่บ้านขอบด้ง

บริเวณลานกางเต็นท์ม่อนสนนี้  มีห้องน้ำให้บริการค่อนข้างเยอะ แต่ในส่วนของอาหาร และอุปกรณ์การนอนนั้นแนะนำให้เตรียมไปเองจะสะดวกกว่า   และการขับรถขึ้นมายังดอยอ่างขางต้องใช้ความระมัดระวังพอสมควร

ด้วยเส้นทางที่ลาดชันและมีโค้งหักศอกจำนวนมาก ซึ่งอาจเกิดอันตรายได้ง่าย  หรือหากเรายังขับรถไม่ค่อยแข็ง และไม่ชำนาญเส้นทางขับขึ้นเขา เราอาจเลือกใช้บริการรถสองแถวที่อยู่ก่อนทางขึ้นดอยอ่างขางก็สะดวก

และมั่นใจในความปลอดภัยได้มากกว่า

 

7  ป่าสนวัดจันทร์

กางเต็นท์นอนกลางผืนป่าสนเขียวชะอุ่มที่สวยที่สุดในประเทศไทยและใหญ่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ตัดกับสีแดงปนส้มของ ใบเมเปิ้ลสีแดง ที่เปลี่ยนสีสะพรั่งในช่วงราวเดือนพฤศจิกายนของทุกปีที่ “ป่าสนวัดจันทร์”

ช่วงเวลาเช้าผืนป่าเริ่มบิดคลายให้ตัวเองค่อย ๆ ตื่นอย่างช้า ๆ หมอกจาง ๆ เริ่มลอยเหนือทะเลสาบกลางป่าสนวัดจันทร์ แสงสีทองค่อยๆ ทอทาบลงบนผืนป่าสนและเมเปิ้ลสีแดง  เป็นช่วงเวลาที่ทำให้คู่รักหลายคู่ตกหลุมรักกันอีกครั้ง

ที่ป่าสนวัดจันทร์นี้มีร้านค้าสวัสดิการให้บริการ ห้องน้ำก็เพียบพร้อม  สิ่งอำนวยความสะดวกค่อนข้างพร้อมเลยทีเดียว ใครที่สนใจไปกางเต็นท์ที่ป่าสนวัดจันทร์ แนะนำให้ติดต่อไปจองพื้นที่หรือสอบถามข้อมูลเบื้องต้น

ที่ ออป. ป่าสนวัดจันทร์  หมายเลข 052080993 หรือสอบถามข้อมูลการเดินทางที่เบอร์มือถือ 0861813388