ในช่วงราวประมาณ 2 ปีที่แล้ว ได้มีบทความจาก National graphic Thailand เล่าถึงเรื่องใบสั่งยาแบบใหม่จากบรรดาหมอในเซาท์ดาโกตา นั่นก็คือ “ใบสั่งไปป่า” หรือ park prescriptions ที่เขียนลงบนใบสั่งยาอย่างเป็นทางการพร้อมสัญลักษณ์ “Rx” บนมุมกระดาษ สั่งให้คนไข้หยุดงานสักวันเพื่อไป “อุทยานหรือสวนสาธารณะใดก็ได้ในเซาท์ดาโกตา”  โดยมีจุดมุ่งหวังให้ผู้คนมีสุขภาพกายใจที่ดีผ่านการเชื่อมโยงกับธรรมชาติ ในปี 2018 ทางแพทย์ฝั่งสกอตแลนด์ ในหมู่เกาะเชตแลนด์ (Shetland) ก็ได้นำแนวคิดนี้ไปใช้กับคนไข้เช่นกัน  โดยใบสั่งไปป่านั้นจะมีความพิเศษแตกต่างกว่าใบสั่งยาทั่วไป เพราะเขาได้ออกแบบให้มีการเข้าป่าทุกเดือนตลอดระยะเวลา 1 ปี  หรือ 12 ครั้งนั่นเอง  และในแต่ละครั้งจะมีกิจกรรมต่างๆระบุให้กับคนไข้ได้ทำด้วย เช่น การลองฝังใบหน้าลงบนผืนหญ้า  การทำแผนที่เสียง  การชื่นชมเมฆ  เป็นต้น  (ลองดูใบสั่งยาฉบับเต็ม 12 เดือนได้ ที่นี่

ในปัจจุบันเราจะพบว่า Prescribing Nature  หรือการรักษาโรคโดยใช้ธรรมชาติ ถือเป็นหนึ่งในแนวโน้มสุขภาพระดับโลก  หากไม่ติดโควิด เราจะพบสถิติการเข้าป่า หรือ ตั้งแค้มป์ ของคนทั่วโลก และคนไทยสูงขึ้นทุกปี ๆ

วันนี้เราจึงขอนำ 12 ที่ เดินป่าใกล้กรุงเทพฯ  มาให้เพื่อน ๆ ได้ทำเช็คลิสต์เก็บไว้ ไปเดินป่ากันในแต่ละเดือน

 

1 เขาหลวงสุโขทัย

เขาหลวงสุโขทัย เป็นยอดเขาสูงในจังหวัดสุโขทัย  สูงจากระดับน้ำทะเล 1200 เมตร  เป็นยอดเขาที่เราจะได้ชมเมืองรุ่งอรุณแห่งความสุขได้ทั่วทั้งเมือง  จึงไม่แปลกใจที่ชื่อของ เขาหลวงสุโขทัย  จะเป็น ที่เดินป่าใกล้กรุงเทพฯ ที่แรก ๆ  ที่นักเดินป่ามือใหม่หลายคนจะเลือกไปเช็คอินที่นี่  เพราะด้วยระยะทางที่ขับรถจากกรุงเทพฯเพียง 5-7 ชั่วโมงเท่านั้น  และลักษณะเทรลทางเดินที่ไม่ยากมาก  เดินเพียง 3-4 กิโลเมตรเท่านั้น แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเส้นทางชัน  ความสนุกมันอยู่ที่ตรงนี้แหล่ะ  ฮา  ด้านบนมีห้องน้ำให้เข้า มีเต็นท์นอนให้เช่าบริการอยู่  เรียกได้ว่า แค่เราเตรียมอาหารไปให้พอก็ใช้ได้แล้ว

5 จุดเช็คอิน ที่ไม่ควรพลาดในการไปเดินป่าที่นี่ คือ

  • เขาพระเจดีย์ ห่างจาก จุดกางเต็นท์ 750 เมตร 
  • เขาภูกา ห่างจาก จุดกางเต็นท์ 2200 เมตร
  • ไปชมพระอาทิตย์ตกที่ เขาพระแม่ย่า ห่างจาก จุดกางเต็นท์ 980 เมตร
  • ผาชมปรง ห่างจาก จุดกางเต็นท์ 400 เมตร
  • ตอนเช้า ไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ ผานารายณ์ ห่างจาก จุดกางเต็นท์  400 เมตร

โดยเราสามารถเดินเป็นวงกลมเดินเที่ยวรอบตามจุดชมวิวต่าง ๆ ได้ภายใน  2  วัน 1 คืน

 

2 ดอยหลวงตาก

ดอยหลวงตาก ทะเลภูเขาแห่งเมืองตาก  ยอดเขาแห่งนี้มีความสูง 1,175 เมตรจากระดับน้ำทะเล  การเดินทางจากกรุงเทพฯใช้เวลาราว 5-7 ชั่วโมง โดยตั้ง GPS ไปที่ บ้านคุ้มป๋าต๋อง ตำบลทุ่งกระเซาะ อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก  เราก็จะไปเจอเจ้าบ้านที่รับติดต่อประสานงานเรื่องลูกหาบ เจ้าหน้าที่ และรถกระบะไปจุดเริ่มเดิน รวมไปถึงอาหารเช้า และข้าวกล่องอีกด้วย  แนะนำว่าก่อนวันเดินทางให้โทรติดต่อคุยกับป๋าต๋องก่อนจะดีกว่า  สำหรับข้อมูลติดต่อ คลิกที่นี่ได้เลย

ดอยหลวงตากนี้มีระยะทางการเดินไป 11  กิโลเมตร  กลับ 11 กิโลเมตร  เรียกว่าได้ว่า ค่อนข้างไกลพอสมควรในระยะเวลาของทริป 2 วัน 1 คืน  ดังนั้นผู้ที่กำลังจะ ไปเดินป่า เส้นทางนี้ควรฟิตกำลังขาให้ดี ในตลอดเส้นทางเดินเราจะพบรอยต่อของป่า ทั้งป่าไผ่ ป่าเต็ง ไปจนถึงป่าสน เรียกได้ว่าใครชอบศึกษาพรรณไม้ล่ะก็ ต้องชอบที่นี่แน่ ๆ และอีก 1  ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดของ ดอยหลวงตาก คือ โล้นหลวง ซึ่งเป็นเนินทุ่งหญ้าสีเขียว คลุมด้วยหมอกจาง ๆ ให้บรรยากาศเหมือนเดินอยู่บนทุ่งหญ้าแสนโรแมนติค  เมื่อเราขึ้นไปที่จุดสูงสุดของเนิน  เราจะเห็นภาพทะเลภูเขาเรียงรายอยู่ตรงหน้า สวยงามราวกับภาพวาด 

 

3 ดอยทู่

   ดอยน้อง ของ ดอยหลวงตาก  จ.ตาก  เรียกได้ว่าเป็นดอยน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวมาได้ไม่เกิน 5 ปี  เส้นทางการเดินเท้าของเทรลเดินป่าเส้นนี้ เรียกได้ว่าไม่ยากและก็ไม่ง่าย  ระยะเวลาที่ใช้เดินอยู่ราว 3-4 ชั่วโมง ผืนป่าที่นี่ยังค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ สังเกตได้จากระหว่างทางเราจะพบกับต้นไม้ใส่เสื้อ  หรือกล้วยไม้เล็ก ๆ ที่เกาะอยู่ตามกิ่งไม้  ระหว่างที่เราเดินชมพรรณไม้อย่างเพลิดเพลิน เราก็จะทะลุมาเจอเนินทุ่งหญ้าสีเขียว พร้อมวิวทะเลภูเขากว้างกว่า 180  องศา  หากท้องฟ้าเปิด และอากาศดี ๆ เราจะได้ทะเลหมอกคลอเคลียทะเลภูเขาเบื้องหน้า สวยงามเกินบรรยาย  แอบแนะนำนิดนึงว่าลมที่ดอยแห่งนี้แรงมาก ถึงมากที่สุด  ให้เตรียมเสื้อกันหนาว  และสมอบกสำหรับปักเต็นท์ไปให้พร้อมนะจ๊ะ  ไม่งั้นเต็นท์นอนเราอาจปลิวไปตามสายลมได้

สำหรับใตรที่อยากไปเดินป่าเส้นทางนี้ ก็สามารถติดต่อป๋าต๋องได้เลยเช่นกันจ้า

 

4 น้ำตกโกรกอีดก

น้ำตกใหญ่กลางผืนป่า ใกล้กับ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติเจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า ตำบลท่ามะปราง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี  น้ำตกแห่งนี้มีความสูง 8 ชั้น มีความสูงราว 350 เมตร  ชั้นที่เป็นไฮไลท์จะเป็นชั้นที่ 6 และ 7

น้ำตกโกรกอีดก เดิมเป็นเส้นทางเดินป่าลึกลับที่จะรู้กันเฉพาะสายเดินป่าเท่านั้น   แต่ในปัจจุบันถือได้ว่าเป็นเส้นทางเดินป่าหน้าฝนที่ป็อปปูล่าพอสมควร  ด้วยเป็นที่ เดินป่าใกล้กรุงเทพฯ มาก ๆ ใช้เวลาในการขับรถจากกรุงเทพฯราว 2-4 ชั่วโมงเท่านั้น  ลักษณะเส้นทางการเดินเท้าที่ไม่ยากมาก เส้นทางสวยด้วย มอส เฟิร์น ที่ขึ้นปกคลุมตามก้อนหินบ้าง ต้นไม้บ้างจนดูเขียวครึ้มตัดกับสีของเห็ดแชมเปญสีแดงสดบ้าง  ชมพูหวานแหววบ้าง  เส้นทางส่วนใหญ่เราจะเดินลัดเลาะตามสายน้ำบ้าง  เดินขึ้นชันบ้าง   จนไปถึงตัวน้ำตก  การเข้าไปภายในพื้นที่จำเป็นต้องมีคนนำทางเข้าไปด้วยทุกครั้ง เพราะเส้นทางค่อนข้างสลับซับซ้อน หากไม่ชำนาญทางมากพอ อาจหลงป่าได้  ซึ่งปัจจุบันทางชุมชนได้เปิดเป็นวิสาหกิจชุมชนนำพานักท่องเที่ยวไปยังน้ำตกแห่งนี้ โดยมีค่าใช้จ่ายคนละ 250 บาท

 

5 ดอยมณฑา

อีก  1 ดอยที่ต้องไปให้ได้สักครั้งในจังหวัดตาก  ด้วยสันเขาที่สวยมาก  มีจุดให้ถ่ายรูปเช็คอินยอดเขาหลายจุด  ลักษณะเทรลทางเดินจะเดินเป็นวงกลม  ระยะทางเดินเท้ารอบไปจะเดินอยู่ราว ๆ 12-13 กิโลเมตร  รอบขากลับอยู่ราว 8 กิโลเมตร  เราจะเริ่มการเดินทางกันที่อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช หากเราขับรถจากกรุงเทพฯ จะใช้เวลาราว ๆ 6-7 ชั่วโมง  ใครกลัวจะขับรถเหนื่อยจนไม่มีแรงเดิน แนะนำให้เดินทางมาพักที่อุทยานก่อนจะดีกว่าจ้ะ  เพราะเทรลเดินที่นี่หนักพอสมควร  เส้นทางเดินแรก ๆ เราจะเดินลัดเลาะไปตามลำธารที่อยุ่ใต้ผืนป่าใต้ใหญ่  หลังจากช่วงทานข้าวกลางวันกันแล้วนี่แหล่ะ  ก็ได้เวลาเดินท้าทายแรงโน้มถ่วงโลกกันแล้ว  เพราะระยะทางต่อจากนี้จะเน้นทางชันเป็นหลัก   พอเราพ้นจากแนวป่าขึ้นมาถึงแนวสันเขาจะมีจุดถ่ายรูปสวย ๆ เยอะมาก   จุดตั้งแค้มป์ที่นี่ค่อนข้างกว้าง มีพื้นที่เยอะ  และลมไม่ค่อยแรง  ตอนกลางคืนดาวสวยมาก  อย่าลืมออกมาดูดาวกันด้วยนะ

 

6 ปลายคลองศอก

เดินลัดเลาะใต้ผืนป่าต้นน้ำพะโต๊ะ  ผืนป่ามนต์ขลังประตูสู่ภาคใต้  จังหวัดชุมพร  นักเดินป่าที่ชื่นชอบเสพเสน่ห์ป่าต้องหลงรักผืนป่าแห่งนี้แน่นอน  เพราะนอกจากเดินไม่หนักแล้ว  เรายังพบร่องรอยของสัตว์ป่าเกือบตลอดเส้นทางเดิน  แถมยังได้ล่องแพไม้ไผ่ตามสายน้ำพะโต๊ะในวันกลับอีกด้วย เทรลเดินป่าเส้นทางนี้ 90% เป็นทางราบ  มีชันบ้างเล็กน้อย  แต่ความท้าทายอยู่ที่เราต้องเดินหลบดงน้องทากตลอด 3 ชั่วโมงเต็ม ๆ  และก่อนถึงแค้มป์เราจะแวะเก็บผักกูดแบกขึ้นหลัง  แล้วจูงมือกันข้ามคลองเพื่อไปยังจุดตั้งแค้มป์กัน  

บริเวณจุดตั้งแค้มป์ของเทรลเดินป่า ปลายคลองศอก  จะเป็นหาดหิน  นั่นหมายความว่า เราจะไม่สามารถนอนเต็นท์ได้  การทำแค้มป์ที่นี่จึงมีความพิเศษกว่าที่อื่น คือ การนำไม้ไผ่มาตั้งเป็นโครงสามเหลี่ยมพีระมิด  แล้วนำเปลมาผูกนอนฟังเสียงป่าร่วมกัน 

ใครที่อยากมาลองสัมผัสบรรยากาศป่าแบบสบาย ๆ แต่มีเสน่ห์ดิบ ๆ อย่างปลายคลองศอก ก็ไม่ยากเลย เพียงติดต่อเจ้าหน้าที่ ที่หน่วยจัดการต้นน้ำพะโต๊ะ  นัดหมายวันเดินทางกันให้เรียบร้อย  แล้วก็ขับรถจากกรุงเทพฯไปยังพะโต๊ะได้เลย  ใช่เวลาเดินทางเพียง6-7 ชั่วโมงเท่านั้น

 

7 น้ำตกสายรุ้งละอองดาว

น้ำตกใหญ่กลางผืนป่าระนอง ที่ว่ากันว่าสวยงามราวกันสะเก็ดละอองดาวในยามกลางวัน  ใครที่อยากไปสัมผัสผืนป่าแห่งนี้แนะนำว่าควรฟิตร่างกายให้ดี และให้เตรียมใจเปียก และวางแผนป้องกันสัมภาระจากน้ำให้ดี  เพราะกว่าเราจะเดินไปถึงแค้มป์ เราจำเป็นต้องลุยน้ำกันเกือบ70% ของเส้นทาง  และแต่ละจุดที่เราต้องข้ามน้ำนั้น น้ำค่อนข้างเชี่ยวพอสมควร  

เปลเป็นอุปกรณ์การนอนที่เหมาะกับเส้นทางนี้มากที่สุด เพราะมีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา พกพาง่าย  และหาที่ผูกนอนได้ง่าย 

เราจะเดินไปชมความงามของน้ำตกสายรุ้งละอองดาวกันในเช้าวันรุ่งขึ้น  โดยเส้นทางที่ไปนั้นค่อนข้างชันและเดินหนักพอสมควร  แต่พอเมื่อถึงน้ำตกใหญ่แล้ว ก็ได้รู้ว่าให้เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม

ใครที่สนใจอยากไปเดินป่า แลน้ำตกใหญ่เมืองระนอง ติดต่อได้ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์คลองนาคาได้เลย  แนะนำติดต่อล่วง 2 สัปดาห์นะจ๊ะ  

 

8 สันหนอกวัว

เขาสันนอกวัว

หลังคาเมืองกาญจน์ คือฉายาของยอดเขาแห่งนี้   “สันหนอกวัว”  เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดกาญจนบุรี  มีความสูงจากระดับทะเล 1767 เมตร  มีลักษณะยอดเขาคล้ายกับหนอกของวัวชี้สูงขึ้นไปบนฟ้า  เดิมเขาแห่งนี้ถูกเรียกว่า เขาเขียว  ด้วยสภาพผืนป่าที่มีความเขียวชอุ่มตลอดปี  และหากเราสังเกตดีๆ ระหว่างเดินป่า  เราจะพบร่องรอยของสัตว์ป่า ไม่ว่าจะเป็นรอยเล็บ  รอยเท้า  ฯลฯ 

ไฮไลท์เด่น ๆ ของผืนป่าแห่งนี้ที่เราห้ามพลาดเลยก็คือ  การไปชมพระอาทิตย์ตกที่ ผาสันหนอกวัวน้อย  นอนชมดาวในยามกลางคืน  และชมทะเลหมอกช่วงเช้าที่ยอดสูงสุดของเมืองกาญจน์ หรือยอดสันหนอกวัวนั่นเอง

จุดตั้งแค้มป์ที่นี่มีลมค่อนข้างแรง  แนะนำว่าให้เตรียมสมอบกไปตรึงเต็นท์นอนและแค้มป์กลางให้ดี  ไม่เช่นนั้นแล้ว เต็นท์เราอาจปลิว หรือเสาเต็นท์ระหว่างที่เรานอนได้  

สำหรับใครที่สนใจเส้นทางเดินป่าเส้นทางนี้ สามารถติดต่อได้กับทางอุทยานแห่งชาติเขาแหลม จ.กาญจนบุรี  โดยปกติทางอุทยานจะเปิดให้นักท่องเที่ยวโทรจองโควตาไปเดินป่าราวช่วงเดือนตุลาคม  โดยมีการจำกัดจำนวนคนด้วย เพื่อเป็นการรักษาสภาพผืนป่าไว้ให้คงเดิมที่สุด

 

9 น้ำตกผาแตก

น้ำตกผาแตก

น้ำตกสีฟ้าเขียวกลางผืนป่าใหญ่ตะวันตก  น้ำตกที่นี่มีทั้งหมด 4 ชั้น  โดยชั้นที่สวยที่สุดคือชั้นที่ 4 นั่นเอง  ไฮไลท์ของ น้ำตกผาแตก คือ เราจะได้สนุกตื่นเต้นกับการค่อยๆ ปีนขึ้นน้ำตกหินปูนขนาดใหญ่ ผ่านน้ำตกสีเขียวอมฟ้าไปแต่ละชั้นๆ และสัมผัสความงดงามของน้ำตกกลางป่าใหญ่อย่างเต็มอิ่ม 

เส้นทางการเดินเท้าของที่นี่ถือว่าง่ายมากสำหรับผู้ที่เริ่มเดินป่า  เพราะส่วนใหญ่ 80% เป็นทางราบ เราจะเดินผ่านป่าไผ่  ป่าดงส่านบ้าง ป่ายางนาบ้าง  โดยใช้เวลาในการเดินเท้าราว 2-3 ชั่วโมง เท่านั้นเอง

ใครที่สนใจอยากจะหนีความร้อนไปแช่น้ำตก สามารถติดต่อกับทางอุทยานแห่งชาติเขาแหลมได้เลย  โดยปกติทางอุทยานจะประกาศให้นักท่องเที่ยวเข้าไปสัมผัสความเย็นจากน้ำตกแห่งนี้เพียงเดือนเดียวเท่านั้นคือ ช่วงระหว่างเดือนมีนาคมจนถึงเดือนเมษายน

 

10 ลำคลองงู

ลำคลองงู

มหากาพย์การผจญภัยเดินป่าสวมเสื้อชูชีพ ลุยน้ำ ลอยคอเข้าถ้ำ กรีดร้องกับการโดดน้ำตกสูง 3-5 เมตร เพื่อพิชิตเสาหินที่สูงที่สุดในโลก  คุณจะได้เป็นเรื่องราวสุด epic เหล่านี้ที่ อุทยานแห่งชาติลำคลองงู จ.กาญจนบุรี 

เส้นทางเดินป่า ลำคลองงู นี้จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปผจญภัยช่วงราวปลายเดือนกุมภาพันธ์จนถึงเมษายน  ซึ่งเป็นช่วงที่น้ำภายในถ้ำลดลงจนพอให้คนได้เข้าไปสัมผัสความมหัศจรรย์ของธรรมชาติได้อย่างปลอดภัย   เมื่อเราได้เข้าไปเหยียบย่างในผืนถ้ำลำคลองงู เราจะได้เห็นระบบFlow ของน้ำใต้ดินและโถงถ้ำที่สุดสลับซับซ้อน และหินงอก หินย้อยรูปร่างต่างๆ ที่เกิดจากธรรมชาติรังสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นมือแม่นาค  เอเลี่ยน หัวงูเหลือม ฯลฯ

ถึงแม้จะเป็นทริปสั้น ๆ เพียง 2 วัน 1 คืน  แต่ใครที่คิดว่าครั้งหนึ่งฉันต้องไปลำคลองงูให้ได้  ควรฟิตร่างกายให้พร้อมและฟิตนิ้วมือกดโทรศัพท์จองโควต้ากับทางอุทยานให้ดี  เพราะที่นี่มีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว และเต็มเร็วมากจ้า

 

11 เขาช้างเผือก

เขาช้างเผือก

ภาพสันเขาสวยราวกับสันหลังของมังกรที่ปรากฏบนฟีด Facebook ที่เราได้เห็น เชื่อว่าหลายๆคนคงต้องปักหมุดที่นี่ไว้เป็น 1 ในยอดเขาที่ต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

“เขาช้างเผือก” เป็นยอดเขาที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ  จ.กาญจนบุรี  เส้นเทรลทางเดินเรียกได้ว่าไม่ยากและไม่ง่าย  เพราะมีทั้งช่วงที่เป็นทางราบ และทางชัน โดยเฉพาะช่วงก่อนถึงจุดตั้งแค้มป์เราต้องเนินงัดท้าแรงโน้มถ่วงโลกขึ้นเนินเขาป่าทุ่งหญ้า ท่ามกลางอากาศแดดเปรี้ยงๆ  เพราะฉะนั้นให้เตรียมน้ำดื่มไปให้ดี  และเลือกเสื้อผ้าให้รัดกุม ถ้าไม่อยากให้ร่างกายเต็มไปด้วยรอยบาดของหญ้าคา 

“สันคมมีด”  จุดเช็คอินที่เย้ายวนใจให้หลายคนอยากมาลองท้าวัดใจตัวเองที่นี่  เราต้องปีนขึ้นบนก้อนหินเพื่อเดินไปบนสันเขาขนาดเท่าหนึ่งกระดานไม้  ซ้ายก็เหว ขวาก็เหว  หลายคนต้องค่อยๆ นั่งถัดไปจนถึงระยะที่เป็นเนินเขา  ขาไปว่าใจสั่นแล้ว  ขากลับหัวใจแทบร่วง  เพราะเราจะเห็นวิวจากบนลงล่างไปไกลสุดลูกหูลูกตา  สวยก็บาดใจ  ใจก็จะขาด   แต่เมื่อผ่านมาได้ก็เหมือนเราได้ถ้วยรางวัลเกียรติยศให้ตัวเองยังไงยังงั้น

 

12 หินกูบ

หินกูบ

ไปนั่งใกล้ขอบฟ้าที่ยอดเขาหินกูบ ผืนป่าสุดท้ายของตะวันออก เขตอุทยานแห่งชาติเขาสอยดาว จ.จันทบุรี  ยอดเขาแห่งนี้สูงจากระดับน้ำทะเลราว 960 เมตร  ดูเหมือนไม่สูงเท่าไหร่ แต่เส้นทางการเดินนั้นดูเหมือนไกลราวไม่มีวันจบ เพราะเราจะเดินใต้ผืนป่าเขียวชอุ่ม และหนามระกำป่า ที่มีช่วงชันหลายจุด ข้ามน้ำบ้าง โดยสองข้างทางเต็มไปด้วยเห็ดเล็ก เห็ดน้อย เฟิร์นบ้าง มอสบ้าง  ยิ่งถ้าเป็นช่วงหน้าฝน เราอาจได้เจอกับกล้วยไม่ดินนานาชนิด  ระยะเวลาที่ใช้ราว 3-6 ชั่วโมง จะถึงจุดตั้งแค้มป์  ยามค่ำคืนลมที่นี่แรงมาก ควรวางผืนเรื่องการนอนและการทำอาหารให้ดี ๆ ไม่งั้นเราอาจจะได้นั่งท้องแกร่ว เพราะอาหารไม่สุก  หรือนอนหนาวทั้งคืนเป็นแน่

จุดเช็คอินที่มาแล้วไม่ควรพลาดเด็ดขาด คือ

  • ดูพระอาทิตย์ตกและขึ้นที่ชะง่อนผาหินกูบ
  • ดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ผาหมี
  • นั่งแตะขอบฟ้าบนหลังกูบช้าง (ยอดเขาหินแกรนิตที่โก่งตัวเหมือนหลังช้าง)

การเดินทางไปเดินป่าที่นี่เรียกได้ว่าใกล้กับกรุงเทพฯมากที่สุด ใช้เวลาในการขับรถเพียง4-5 ชั่วโมงเท่านั้น  โดยเราขับรถมายังหน่วยทุ่งเพล อ.ท่ามะขาม จ.จันทบุรี นำรถมาจอดที่หน่วยได้เลย  แต่แนะนำว่าก่อนเดินทางมาให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ให้เรียบร้อยก่อนนะจ๊ะ  เพราะเส้นทางเดินป่าที่นี่ยังค่อนข้างดิบพอสมควร จำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่นำทางไปดูแลเรื่องความปลอดภัย

 

  ว่ากันว่าเราจะเปลี่ยนไปทุกครั้งที่เข้าป่า ทั้งในด้านร่างกาย  ความคิด อารมณ์ และความสัมพันธ์กับสิ่งรอบ ๆตัว  ลองออกไปเดินป่ากันให้ครบทั้งปีตามเทรนด์การดูแลสุขภาพด้วยธรรมชาติ แล้วเราอาจจะพบตัวเองที่ดีขึ้นกว่าเดิมทั้งในด้านกายและใจ