อุตรดิตถ์ หนึ่งในจังหวัดที่อุดมไปด้วยธรรมชาติอันสวยงาม เมืองแห่งวัฒนธรรมล้านนามาแต่โบราณและของฝากขึ้นชื่อมากมาย จุดหมายปลายทางที่จะทำนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังจังหวัด อุตรดิตถ์ ไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน บทความนี้เราจะขอแนะนำ 5 เที่ยว อุตรดิตถ์ ที่จะพาคุณไปสัมผัสธรรมชาติแห่งขุนเขาและเมืองแห่งวัฒนธรรมล้านนา

 

ภูสอยดาว

ภูสอยดาว

ภูสอยดาว หรือ อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว แหล่งธรรมชาติที่ถูกปกคลุมไปด้วยผืนป่าสีเขียวขจี ยอดเขาสูงเป็นอันดับ 4 ของประเทศไทยให้ความรู้สึกราวกับว่าเอื้อมมือไปปสอยดาวลงมาได้ ใครที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อสัมผัสอากาศหนาวเย็น รับประกันได้เลยว่ามาที่นี้ไม่ผิดหวัง ไฮไลท์ของที่นี้คือ ทุ่งดอกหงอนนาค ทุ่งดอกไม้สีม่วงที่จะบานในช่วงหน้าฝน (สิงหาคม - กันยายน) และยังมีดอกไม้ชนิดอื่นหลากหลายสีสันให้คุณได้เก็บภาพความสวยงามของที่นี้แห่งนี้

 

น้ำตกภูสอยดาว

น้ำตกภูสอยดาว

เมื่อกล่าวถึงภูสอยดาวแล้วคงจะไม่พูดถึงน้ำตกแห่งนี้ไม่ได้ นั้นก็คือ น้ำตกภูสอยดาว น้ำตกที่ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว มีความสูงทั้ง 5 ชั้น โดยแต่ละชั้นมีชื่ออันไพเราะเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น ภูสอยดาว สกาวเดือน เหมือนฝัน กรรณิการ์ และสุภาภรณ์ สิ่งสำคัญของน้ำตกแห่งนี้คือ มีน้ำไหลตลอดปีทำให้คุณไม่ต้องกังวัลว่าจะมาไม่เจอน้ำตก

 

เขื่อนสิริกิตต์

เขื่อนสิริกิตต์

เขื่อนสิริกิตต์ เขื่อนดินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวเมื่อคุณเดินทางมาเที่ยว อุตรดิตถ์ ไม่ควรพลาดเขื่อนแห่งนี้ โดยภายในเขื่อนสิริกิตต์มีพื้นที่กว้างขวาง นอกจากตัวเขื่อนเองแล้วยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น วังมัจฉา สวนสุมาลัย สะพานเฉลิมพระเกียรติ บรมราชินีนาถ เป็นต้น

 

พิพิธภัณฑ์เมืองลับแล

พิพิธภัณฑ์เมืองลับแล

พิพิธภัณฑ์เมืองลับแล พิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมเรื่องราวต่าง ๆ ของผู้คนในเมืองลับแล ทั้งประวิตศาสตร์ ขนบธรรมเนียม และการใช้ชีวิตของชาวเมืองลับแลในสมัยก่อน โดยได้จำลองออกมาเป็นเรือนแต่ละหลังเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวต่าง ๆ โดยอาคารถูกสร้างขึ้นมาจากไม้ มีการยกสูงตามสไตล์โบราณของเมืองลับแล ถ้าคุณกำลังมองที่เที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ คุณต้องไม่พลาดพิพิธภัณฑ์แห่งนี้

 

น้ำตกแม่พูล

น้ำตกแม่พูล

น้ำตกแม่พูล น้ำตกแห่งเมืองลับแล เกิดขึ้นจากการตกแต่งลำธารด้วยการเทปูนทำให้เป็นชั้น ๆ ลดหลั่นลงมา ล้อมรอบด้วยต้นไม้สีเขียวหลากหลายชนิด มีศาลานั่งพักผ่อนหย่อนใจและร้านอาหารที่คุณสามารถนั่งรับประทางอาหารพร้อมกับรับชมวิวของน้ำตกแห่งนี้ ซึ่ง น้ำตกแม่พูล มีความงดงามไม่แพ้กับน้ำตกที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเลยก็ว่าได้

 

ไร่องุ่นคานาอัน

ไร่องุ่นคานาอัน ตั้งอยู่ที่ ต.น้ำพี้ อ.ทองแสนขัน จ.อุตรดิตถ์ ไปทางบ้านน้ำพี้ ห่างจากตัวเมือง 18 กิโลเมตร ที่นี่มีชื่อเสียงในเรื่องความสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นไร่องุ่นที่มีเนื้อที่กว้างใหญ่ และมีผลองุ่นออกผลให้ชมทุกเดือน ที่นี่มีองุ่นมากมายหลากหลายพันธุ์ อาทิ องุ่นพันธุ์ลูสเพอร์เลต องุ่นผลสีเขียวหวานอร่อย, พันธุ์แบล็กโอปอล องุ่นสีดำลูกใหญ่ โดยที่นี่จะให้นักท่องเที่ยวสามารถลองตัดผลไม้องุ่นด้วยตนเอง เป็นกิจกรรมสนุกสนานอีกด้วย

 

วนอุทยานต้นสักใหญ่

ต้นสักใหญ่ ถูกค้นพบเมื่อปี พ.ศ. 2470 ในพื้นที่บ้านปางเกลือ ตำบลน้ำไคร้ อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ และเนพื้นที่สัมปทาน ของบริษัทอิสท์เอเชียร์ติค จำกัด ประเทศเดนมาร์ก - ปี พ.ศ. 2495 - 2497 ร.ต.ประเสริฐ พุทธพิทักษ์ ป่าไม้แขวงห้วยแมงวัดความด6ได้ 948 ซ.ม. มีความสูง 47.8 ม. ซึ่งได้เผยพร่ภาพออกไป และเมื่อวันที่ 18 เม.ย. 2520 พายุฤดูร้อนพัดเรือนยอดหักทำให้ความสูงลดลง เหลือ 38.5 ม. ปัจจุบันวัดขนาดความโตได้ 1022 ซ.ม. อายุประมาณไม่ต่ำกว่า 1000 ปี (วัดโดยอาศัยเทียบเคียงขนาดและนับจำนวนวงปีจากตอไม้ที่ผ่านการทำไม้แล้ว) เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2511 กรมป่าไม้ได้เห็นชอบให้จัดตั้งเป็น "วนอุทยานต้นสักใหญ่" โดยได้มีประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2512

 

ม่อนลับแล

ร้านอาหารในอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ตกแต่งสไตล์ชาวล้านนาตามแบบฉบับของเมืองลับแล ท่ามกลางสวนร่มรื่น ภายในร้านตกแต่งเรียบหรู สะดวกสบาย มีมุมให้นั่งเล่นพักผ่อนหลายมุม ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในคุ้มของเจ้านางทางเหนือ ภายในร้านมีทั้ง zone ร้านกาแฟและร้านอาหาร รวมทั้งเป็นร้านจำหน่ายของฝากและสินค้าหัตถกรรมพื้นเมือง โดยเฉพาะผ้าซิ่นตีนตก ผ้าซิ่นตีนจก เสื้อพื้นเมืองต่างๆ ผลไม้ตามฤดูกาล พื้นที่ของร้านแบ่งเป็น 3 โซน คือ บ้านของฝากลับแล ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้า ร้านกาแฟลาลีกาซึ่งอยู่ริมถนน และร้านอาหารซึ่งตั้งอยู่ด้านในสุด

 

จุดชมวิวภูแลลาว

เดิมเป็นจุดสกัดภูแลลาว เพื่อป้องกันการกระทำผิดกฎหมายป่าไม้ จนกระทั้งเมื่อปี พ.ศ.2553 ได้ทำการย้ายจุดสกัดภูแลลาวลงมาสร้างเป็นหน่วยพิทักษ์ป่าภูแลลาวในปัจจุบัน จนเมื่อปี พ.ศ.2560 ได้เห็นว่าบริเวณจุดสกัดภูแลลาวเดิม มีความเหมาะสมที่จะพัฒนาให้เป็นจุดชมวิว เนื่องจากมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม และสามารถมองเห็นฝั่งไทยและฝั่ง สปป.ลาว มองเห็นทะเลหมอกในยามเช้า และมีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี

 

เขื่อนดินช่องเขาขาด

เขื่อนดินปิดช่องเขาขาด ก่อสร้างโดยกรมชลประทานตามโครงการพัฒนา ลุ่มน้ำน่าน เดิมชื่อ “แซดเดิ้ล (Saddle)” ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเขื่อนสิริกิติ์ อยู่ห่างจากเขื่อนสิริกิติ์ ประมาณ 20 กิโลเมตร ตามระยะแผนที่ หรือ ประมาณ 42 กิโลเมตรโดยทางรถยนต์ เขื่อนดินช่องเขาขาด ประกอบขึ้นด้วยเขื่อนดิน (Dike) ปิดกั้นช่องเขาที่มีระดับต่ำกว่าระดับเก็บกักน้ำ จำนวน 8 แห่ง มีความยาวต่อเนื่องรวมประมาณ 5.3 กิโลเมตร ก่อสร้างระหว่างปี พ.ศ.2506 แล้วเสร็จปี 2515 ภายหลัง การก่อสร้างเสร็จโอนให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) พื้นที่หัวงาน 2,834 ไร่ ปัจจุบันได้เสริมหินกั้นที่ตัวเขื่อน เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและป้องกัน การกัดเซาะของน้ำตลอดแนวของตัวเขื่อนทั้งหมด สถานที่ท่องเที่ยวภายในบริเวณเขื่อนดินช่องเขาขาด - ศาลาชมวิว มีบรรยากาศร่มรื่น ชมทัศนียภาพอันงดงาม เหนืออ่างเก็บน้ำเขื่อนดินฯ พื้นที่บริเวณโดยรอบได้ตกแต่งไว้อย่างสวยงามพร้อมทั้ง อาหารและเครื่องดื่ม ราคาถูกรสชาติอร่อย โดยใช้พืชผัก จากโครงการชีววิถีฯของเขื่อนดินฯ - แปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ ตามแนวพระราชดำริซึ่งนักท่องเที่ยวสามรถ เลือกซื้อ พืชผักผลไม้ปลอดสารพิษกลับบ้านได้ ในราคาต้นทุน และยังเป็นช่องทางหนึ่งของการดูแลสุขภาพอีกด้วย