• ซีเอนา (Siena) อิตาลี
    ซีเอนา เป็นเมืองในจังหวัดซีเอนา แคว้นตอสคานา ประเทศอิตาลี ซีเอนาเป็นเมืองคู่แข่งของฟลอเรนซ์ที่มีชื่อเสียงทางศิลปะและสถาปัตยกรรมในยุคกลาง ใจกลางเมืองเก่าของซีเอนาถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1995

    มีแลนด์มาร์คสำคัญได้แก่ อาสนวิหารซีเอนา, หอศีลจุ่ม, จัตุรัสกัมโป, พาลัซโซพุบบลิโค, หอมังกีอา, สถานศักดิ์สิทธิ์ซานตากาเตรีนา, วิหารซันฟรานเชสโก เป็นต้น
    ซีเอนา (Siena) อิตาลี ซีเอนา เป็นเมืองในจังหวัดซีเอนา แคว้นตอสคานา ประเทศอิตาลี ซีเอนาเป็นเมืองคู่แข่งของฟลอเรนซ์ที่มีชื่อเสียงทางศิลปะและสถาปัตยกรรมในยุคกลาง ใจกลางเมืองเก่าของซีเอนาถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1995 มีแลนด์มาร์คสำคัญได้แก่ อาสนวิหารซีเอนา, หอศีลจุ่ม, จัตุรัสกัมโป, พาลัซโซพุบบลิโค, หอมังกีอา, สถานศักดิ์สิทธิ์ซานตากาเตรีนา, วิหารซันฟรานเชสโก เป็นต้น
    1
    2k Reach 0 Comments 0 Shares
  • อัสซีซี (Assisi) อิตาลี
    เมืองอัสซีซี ตั้งอยู่ในจังหวัดเปรูจา แคว้นอุมเบรีย อยู่ทางตะวันตกของภูเขาซูบาซิโอ อิตาลี หนึ่งในมรดกโลกที่มีชื่อเสียงขององค์การยูเนสโก อัสซีซีเป็นเมืองเกิดของนักบุญฟรังซิสแห่งอัสซีซีผู้ก่อตั้งคณะฟรันซิสกันในปี ค.ศ. 1208

    คุณสามารถเรียนรู้และสำรวจประวัติศาสตร์และชีวิตของนักบุญฟรังซิส เดอ อัสซีซีผู้ก่อตั้งคณะฟรันซิสกัน คณะกลาริส และคณะชั้นสามของนักบุญฟรังซิส แม้นักบุญฟรังซิสจะไม่ใช่บาทหลวง แต่ถือเป็นศาสนบุคคลที่ไดัรับการเคารพนับถือมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์

    มีแลนด์มารค์สำคัญคือ มหาวิหารนักบุญฟรังซิสแห่งอัสซีซี (มรดกโลก) สร้างในคริสต์ศตวรรษที่ 13 เป็นมหาวิหารสามชั้น ส่วนล่างเริ่มสร้างไม่นานหลังจากที่ฟรังซิสแห่งอัสซีซีได้รับการประกาศเป็นนักบุญเมื่อปีค.ศ. 1228 และเสร็จเมื่อปีค.ศ. 1253 ส่วนนี้มีจิตรกรรมฝาผนังโดย ชิมาบูเอ (Cimabue) และ จอตโต ดี บอนโดเนซึ่งจิตรกรผู้มีชื่อเสียง ชั้นบนมีจิตรกรรมฝาผนังเป็นประวัติของฟรังซิสแห่งอัสซีซีโดยจอตโต ดี บอนโดเน

    อัสซีซี (Assisi) อิตาลี เมืองอัสซีซี ตั้งอยู่ในจังหวัดเปรูจา แคว้นอุมเบรีย อยู่ทางตะวันตกของภูเขาซูบาซิโอ อิตาลี หนึ่งในมรดกโลกที่มีชื่อเสียงขององค์การยูเนสโก อัสซีซีเป็นเมืองเกิดของนักบุญฟรังซิสแห่งอัสซีซีผู้ก่อตั้งคณะฟรันซิสกันในปี ค.ศ. 1208 คุณสามารถเรียนรู้และสำรวจประวัติศาสตร์และชีวิตของนักบุญฟรังซิส เดอ อัสซีซีผู้ก่อตั้งคณะฟรันซิสกัน คณะกลาริส และคณะชั้นสามของนักบุญฟรังซิส แม้นักบุญฟรังซิสจะไม่ใช่บาทหลวง แต่ถือเป็นศาสนบุคคลที่ไดัรับการเคารพนับถือมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ มีแลนด์มารค์สำคัญคือ มหาวิหารนักบุญฟรังซิสแห่งอัสซีซี (มรดกโลก) สร้างในคริสต์ศตวรรษที่ 13 เป็นมหาวิหารสามชั้น ส่วนล่างเริ่มสร้างไม่นานหลังจากที่ฟรังซิสแห่งอัสซีซีได้รับการประกาศเป็นนักบุญเมื่อปีค.ศ. 1228 และเสร็จเมื่อปีค.ศ. 1253 ส่วนนี้มีจิตรกรรมฝาผนังโดย ชิมาบูเอ (Cimabue) และ จอตโต ดี บอนโดเนซึ่งจิตรกรผู้มีชื่อเสียง ชั้นบนมีจิตรกรรมฝาผนังเป็นประวัติของฟรังซิสแห่งอัสซีซีโดยจอตโต ดี บอนโดเน
    1
    2k Reach 0 Comments 0 Shares
  • โคลอสเซียม (Colosseum) อิตาลี
    โคลอสเซียม หรือ ทวิอัฒจันทร์ฟลาเวียน เป็นสถานที่กลางแจ้งขนาดใหญ่ใจกลางกรุงโรม สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิเวสเปเนียนแห่งโรมัน สร้างแล้วเสร็จในรัชสมัยของจักรพรรดิติตัสในคริสต์ศตวรรษที่ 1 อัฒจันทร์เป็นอัฒจันทร์หินทรายอิฐทรงกลมที่มีเส้นรอบวง 527 เมตร สูง 57 เมตร จุผู้ชมได้ประมาณ 50,000 คน ให้ผู้ชมรู้สึกใกล้ชิดกับนักกีฬาและออกแบบช่องระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมในทุ่งในวันที่ฝนตก ถือว่าเป็นต้นแบบของสนามกีฬาต่างๆ ในปัจจุบัน และจะใช้เวลาสร้างประมาณ 10 ปี

    #Colosseum #Italy
    โคลอสเซียม (Colosseum) อิตาลี โคลอสเซียม หรือ ทวิอัฒจันทร์ฟลาเวียน เป็นสถานที่กลางแจ้งขนาดใหญ่ใจกลางกรุงโรม สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิเวสเปเนียนแห่งโรมัน สร้างแล้วเสร็จในรัชสมัยของจักรพรรดิติตัสในคริสต์ศตวรรษที่ 1 อัฒจันทร์เป็นอัฒจันทร์หินทรายอิฐทรงกลมที่มีเส้นรอบวง 527 เมตร สูง 57 เมตร จุผู้ชมได้ประมาณ 50,000 คน ให้ผู้ชมรู้สึกใกล้ชิดกับนักกีฬาและออกแบบช่องระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมในทุ่งในวันที่ฝนตก ถือว่าเป็นต้นแบบของสนามกีฬาต่างๆ ในปัจจุบัน และจะใช้เวลาสร้างประมาณ 10 ปี #Colosseum #Italy
    1
    4k Reach 0 Comments 0 Shares
  • พาเดินชมกรุงโรม อิตาลี แบบ 4K เสมือนเราเดินอยู่ท่ามกลางกรุงโรม

    Credit: 4K Urban Life
    พาเดินชมกรุงโรม อิตาลี แบบ 4K เสมือนเราเดินอยู่ท่ามกลางกรุงโรม Credit: 4K Urban Life
    1
    4k Reach 0 Comments 0 Shares
  • คลองเมืองเวนิส (Venice Canal)
    เรียกว่า คานาเล่ แกรนเด้(Canale Grande) ในภาษาอิตาลีเป็นคลองสายหลักและเส้นทางคมนาคมหลักในการสัญจรทางทะเลของเวนิสมีชื่อเสียงในด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว นอกจากนี้คลองหลักแห่งนี้ยังเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสและดื่มด่ำกับความสวยงามและโรแมนติกของเมืองเวนิสด้วยการล่องเรือกอนโดล่า (Gondola) ชมวิถีชีวิตของชาวเวนิส นักท่องเที่ยวนิยมนั่งเรือกอนโดล่าผ่านอาคารที่สวยงามและสถานที่ท่องเที่ยวหลัก คลองหลักในเวนิสยังเป็นเส้นทางรูปตัว S กลับหัวขนาดใหญ่ความยาวประมาณ 3.8 กิโลเมตรกว้าง 30-90 เมตรและน้ำลึกเฉลี่ยประมาณ 5 เมตรซึ่งไหลผ่านแกรนด์คาแนลในใจกลางของเวนิส

    #Venice #Italy
    คลองเมืองเวนิส (Venice Canal) เรียกว่า คานาเล่ แกรนเด้(Canale Grande) ในภาษาอิตาลีเป็นคลองสายหลักและเส้นทางคมนาคมหลักในการสัญจรทางทะเลของเวนิสมีชื่อเสียงในด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว นอกจากนี้คลองหลักแห่งนี้ยังเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสและดื่มด่ำกับความสวยงามและโรแมนติกของเมืองเวนิสด้วยการล่องเรือกอนโดล่า (Gondola) ชมวิถีชีวิตของชาวเวนิส นักท่องเที่ยวนิยมนั่งเรือกอนโดล่าผ่านอาคารที่สวยงามและสถานที่ท่องเที่ยวหลัก คลองหลักในเวนิสยังเป็นเส้นทางรูปตัว S กลับหัวขนาดใหญ่ความยาวประมาณ 3.8 กิโลเมตรกว้าง 30-90 เมตรและน้ำลึกเฉลี่ยประมาณ 5 เมตรซึ่งไหลผ่านแกรนด์คาแนลในใจกลางของเวนิส #Venice #Italy
    2k Reach 0 Comments 0 Shares
  • Pompeii อิตาลี
    ปอมเปอี อดีตเมืองโรมันในกัมปาเนียประเทศอิตาลีที่ตั้งของเมืองปอมเปอีในอดีตนี้ถูกทำลายและถูกฝังเนื่องจากภูเขาไฟวิสุเวียสระเบิดครั้งใหญ่ในปีคริสตศักราช 79 บางแห่งถูกทำลายและฝังด้วยเถ้าและหินภูเขาไฟหนา 4 ถึง 6 เมตร ., วิสุเวียสพ่นลาวาเถ้าฝุ่นและควันออกมารวมทั้งก๊าซพิษจำนวนมาก ถ้าใครรอดจากลาวาไปก็อยู่ไม่ได้แล้ว ผู้คนหลายพันคนกำลังทุกข์ทรมานจากชะตากรรมของภัยพิบัติทางธรรมชาตินี้ สองวันหลังจากที่ปอมเปอีปะทุด้วยลาวาบนวิสุเวียสมันก็ถูกลบออกจากพื้นดิน
    ในสมัยนั้นไม่มีวิธีการสื่อสารที่สะดวกและรวดเร็วเช่นทุกวันนี้ เมื่อเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นผู้ที่รอดชีวิตทั้งหมดได้อพยพไปอาศัยอยู่ที่อื่น สถานที่แห่งนี้กลายเป็นเมืองที่สาบสูญไปในที่สุด จนกระทั่งมีการค้นพบเมืองในปี พ.ศ. 2391 สถานที่แห่งนี้ไม่เป็นที่รู้จักมานานกว่า 1700 ปี หลังจากขุดค้นต่อไปก็พบว่าทั้งเมืองอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด ควบคู่ไปกับ ศิลปวัฒนธรรม เป็นศิลปะที่หายากและสวยงาม แสดงถึงความเจริญของอารยะธรรมในขณะนั้น

    #Italy #Pompeii
    Pompeii อิตาลี ปอมเปอี อดีตเมืองโรมันในกัมปาเนียประเทศอิตาลีที่ตั้งของเมืองปอมเปอีในอดีตนี้ถูกทำลายและถูกฝังเนื่องจากภูเขาไฟวิสุเวียสระเบิดครั้งใหญ่ในปีคริสตศักราช 79 บางแห่งถูกทำลายและฝังด้วยเถ้าและหินภูเขาไฟหนา 4 ถึง 6 เมตร ., วิสุเวียสพ่นลาวาเถ้าฝุ่นและควันออกมารวมทั้งก๊าซพิษจำนวนมาก ถ้าใครรอดจากลาวาไปก็อยู่ไม่ได้แล้ว ผู้คนหลายพันคนกำลังทุกข์ทรมานจากชะตากรรมของภัยพิบัติทางธรรมชาตินี้ สองวันหลังจากที่ปอมเปอีปะทุด้วยลาวาบนวิสุเวียสมันก็ถูกลบออกจากพื้นดิน ในสมัยนั้นไม่มีวิธีการสื่อสารที่สะดวกและรวดเร็วเช่นทุกวันนี้ เมื่อเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นผู้ที่รอดชีวิตทั้งหมดได้อพยพไปอาศัยอยู่ที่อื่น สถานที่แห่งนี้กลายเป็นเมืองที่สาบสูญไปในที่สุด จนกระทั่งมีการค้นพบเมืองในปี พ.ศ. 2391 สถานที่แห่งนี้ไม่เป็นที่รู้จักมานานกว่า 1700 ปี หลังจากขุดค้นต่อไปก็พบว่าทั้งเมืองอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด ควบคู่ไปกับ ศิลปวัฒนธรรม เป็นศิลปะที่หายากและสวยงาม แสดงถึงความเจริญของอารยะธรรมในขณะนั้น #Italy #Pompeii
    1
    5k Reach 0 Comments 0 Shares
  • หอเอนเมืองปิซา (Tower of Pisa)
    ตั้งอยู่ที่เมืองปิซา ในจัตุรัสเปียซซา เดล ดูโอโม (Piazza Del Duomo) สร้างด้วยหินอ่อนสีขาวและสูง 183.3 ฟุต (55.86 เมตร) สร้างขึ้นในปี 1173 และสร้างด้วยหินอ่อนสีขาว ภายในมีเสาหินอ่อนสลักลวดลายสวยงามโดยจิตรกรชื่อดังเริ่มสร้างในปี ค.ศ. 1173 แต่เนื่องจากพื้นดินอ่อนนุ่มและสร้างได้เพียงสามชั้นการก่อสร้างจึงหยุดลง ทำให้เกิดการพังทลายดังนั้นจึงจำเป็นต้องเอียงไปข้างหลังเพื่อให้เกิดความสมดุลอย่างไรก็ตามเนื่องจากสงครามทำให้การก่อสร้างต้องถูกระงับอีกครั้ง ต่อมาได้มีการสร้างหอคอยขึ้นมาใหม่จนแล้วเสร็จในปี 1350 ซึ่งใช้เวลา 177 ปีในเวลานั้นวิหารดูเหมือนจะเอียง 14 ฟุตจากแนวตั้งของฐาน แต่ก็ยังไม่ตก หอเอนเมืองปิซายังคงเอนเอียงอยู่ในปัจจุบันและถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของอิตาลีปัจจุบันคือหอเอนเมืองปิซา ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าหอคอยมีโอกาสถล่มได้ ทุก ๆ 20 ปีหอคอยจะเอียง 1 นิ้วซึ่งเป็นเรื่องที่คาดเดาได้ หอคอยจะถล่มในปี 2200 หอเอนเมืองปิซาได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลก ในฐานะส่วนหนึ่งของ Piazza dei Miracoli หอเอนเมืองปิซายังเป็นเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง

    #Italy #Pisa
    หอเอนเมืองปิซา (Tower of Pisa) ตั้งอยู่ที่เมืองปิซา ในจัตุรัสเปียซซา เดล ดูโอโม (Piazza Del Duomo) สร้างด้วยหินอ่อนสีขาวและสูง 183.3 ฟุต (55.86 เมตร) สร้างขึ้นในปี 1173 และสร้างด้วยหินอ่อนสีขาว ภายในมีเสาหินอ่อนสลักลวดลายสวยงามโดยจิตรกรชื่อดังเริ่มสร้างในปี ค.ศ. 1173 แต่เนื่องจากพื้นดินอ่อนนุ่มและสร้างได้เพียงสามชั้นการก่อสร้างจึงหยุดลง ทำให้เกิดการพังทลายดังนั้นจึงจำเป็นต้องเอียงไปข้างหลังเพื่อให้เกิดความสมดุลอย่างไรก็ตามเนื่องจากสงครามทำให้การก่อสร้างต้องถูกระงับอีกครั้ง ต่อมาได้มีการสร้างหอคอยขึ้นมาใหม่จนแล้วเสร็จในปี 1350 ซึ่งใช้เวลา 177 ปีในเวลานั้นวิหารดูเหมือนจะเอียง 14 ฟุตจากแนวตั้งของฐาน แต่ก็ยังไม่ตก หอเอนเมืองปิซายังคงเอนเอียงอยู่ในปัจจุบันและถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของอิตาลีปัจจุบันคือหอเอนเมืองปิซา ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าหอคอยมีโอกาสถล่มได้ ทุก ๆ 20 ปีหอคอยจะเอียง 1 นิ้วซึ่งเป็นเรื่องที่คาดเดาได้ หอคอยจะถล่มในปี 2200 หอเอนเมืองปิซาได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลก ในฐานะส่วนหนึ่งของ Piazza dei Miracoli หอเอนเมืองปิซายังเป็นเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง #Italy #Pisa
    4k Reach 0 Comments 0 Shares
More Stories
อยากไปเที่ยวเชียงใหม่ ภูเก็ต กระบี่ แต่คิดที่เที่ยวออกไม่กี่ที
.
ระบบแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงกับที่คุณทำแผนไว้ช่วยให้คุณวางแผนได้ง่ายยิ่งขึ้น
.
นอกจากนี้เรายังรวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวกว่า 1,000 แห่ง ให้คุณได้ค้นหาได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว
.
พร้อมทั้งแชร์ให้กับเพื่อนหรือครอบครัวของคุณได้ง่าย ๆ
อยากไปเที่ยวเชียงใหม่ ภูเก็ต กระบี่ แต่คิดที่เที่ยวออกไม่กี่ที . ระบบแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงกับที่คุณทำแผนไว้ช่วยให้คุณวางแผนได้ง่ายยิ่งขึ้น . นอกจากนี้เรายังรวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวกว่า 1,000 แห่ง ให้คุณได้ค้นหาได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว . พร้อมทั้งแชร์ให้กับเพื่อนหรือครอบครัวของคุณได้ง่าย ๆ
1
195k Reach 0 Comments 0 Shares

No results to show

No results to show

No results to show

No results to show

No results to show