• โตเลโด (Toledo) สเปน
    โตเลโด เป็นเมืองและเทศบาลแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ทางภาคกลางของประเทศสเปน ห่างจากกรุงมาดริดไปทางทิศใต้ประมาณ 70 กิโลเมตร โตเลโดเป็นเมืองหลักของจังหวัดโตเลโดและของแคว้นกัสติยา-ลามันชา ในปี ค.ศ. 1986

    องค์การยูเนสโกได้ประกาศให้เมืองนี้เป็นแหล่งมรดกโลก เนื่องจากมีมรดกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอย่างมากมายในฐานะหนึ่งในเมืองหลวงของจักรวรรดิสเปน รวมทั้งยังเป็นสถานที่ที่ปรากฏร่องรอยวัฒนธรรมของชาวคริสต์ ชาวยิว และชาวมัวร์อยู่ร่วมกันอีกด้วย

    บุคคลและศิลปินที่มีชื่อเสียงหลายคนต่างเกิดและเคยพำนักอยู่ในเมืองนี้ เช่น การ์ซีลาโซ เด ลา เบกา, พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 10 และเอลเกรโก ในปี ค.ศ. 2005 (พ.ศ. 2548) เมืองนี้มีประชากร 75,578 คน และมีพื้นที่ 232.1 ตารางกิโลเมตร (89.59 ตารางไมล์)

    โตเลโดเคยเป็นเมืองหลวงของราชอาณาจักรวิซิกอท (ในสเปนโบราณ) ตั้งแต่สมัยพระเจ้าลีอูวีกิลด์ และมีฐานะเป็นเมืองหลวงจนกระทั่งชาวมัวร์ (ชาวมุสลิมจากแอฟริกาเหนือ) ได้เข้ามายึดครองคาบสมุทรไอบีเรียเมื่อต้นคริสต์ศตวรรษที่ 8 ภายใต้การปกครองของอาณาจักรกาหลิบแห่งกอร์โดบา โตเลโด (ซึ่งในขณะนั้นมีชื่อเรียกว่า "ตุไลเตละห์" طليطلة) ก็ได้เข้าสู่ยุคทอง ช่วงเวลาแห่งความรุ่งเรืองอันยาวนานนี้รู้จักกันในชื่อ "ลากอนบีเบนเซีย" (La Convivencia) หรือการอยู่ร่วมกัน
    โตเลโด (Toledo) สเปน โตเลโด เป็นเมืองและเทศบาลแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ทางภาคกลางของประเทศสเปน ห่างจากกรุงมาดริดไปทางทิศใต้ประมาณ 70 กิโลเมตร โตเลโดเป็นเมืองหลักของจังหวัดโตเลโดและของแคว้นกัสติยา-ลามันชา ในปี ค.ศ. 1986 องค์การยูเนสโกได้ประกาศให้เมืองนี้เป็นแหล่งมรดกโลก เนื่องจากมีมรดกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอย่างมากมายในฐานะหนึ่งในเมืองหลวงของจักรวรรดิสเปน รวมทั้งยังเป็นสถานที่ที่ปรากฏร่องรอยวัฒนธรรมของชาวคริสต์ ชาวยิว และชาวมัวร์อยู่ร่วมกันอีกด้วย บุคคลและศิลปินที่มีชื่อเสียงหลายคนต่างเกิดและเคยพำนักอยู่ในเมืองนี้ เช่น การ์ซีลาโซ เด ลา เบกา, พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 10 และเอลเกรโก ในปี ค.ศ. 2005 (พ.ศ. 2548) เมืองนี้มีประชากร 75,578 คน และมีพื้นที่ 232.1 ตารางกิโลเมตร (89.59 ตารางไมล์) โตเลโดเคยเป็นเมืองหลวงของราชอาณาจักรวิซิกอท (ในสเปนโบราณ) ตั้งแต่สมัยพระเจ้าลีอูวีกิลด์ และมีฐานะเป็นเมืองหลวงจนกระทั่งชาวมัวร์ (ชาวมุสลิมจากแอฟริกาเหนือ) ได้เข้ามายึดครองคาบสมุทรไอบีเรียเมื่อต้นคริสต์ศตวรรษที่ 8 ภายใต้การปกครองของอาณาจักรกาหลิบแห่งกอร์โดบา โตเลโด (ซึ่งในขณะนั้นมีชื่อเรียกว่า "ตุไลเตละห์" طليطلة) ก็ได้เข้าสู่ยุคทอง ช่วงเวลาแห่งความรุ่งเรืองอันยาวนานนี้รู้จักกันในชื่อ "ลากอนบีเบนเซีย" (La Convivencia) หรือการอยู่ร่วมกัน
    145 Reach 0 Comments 0 Shares
  • โรเธนเบิร์ก ออบ เดียร์ เทาเบอร์ (Rothenburg ob der Tauber) เยอรมนี
    โรเทินบวร์คอ็อพแดร์เทาเบอร์ หมายถึง "ปราการแดงบนแม่น้ำเทาเบอร์" เป็นเมืองชนบทในรัฐบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี ตั้งอยู่ทางตะวันออกจากนครเนือร์นแบร์คราว 80 กิโลเมตร

    เมืองแห่งนี้มีชื่อเสียงในเรื่องเขตเมืองเก่าสมัยยุคกลางซึ่งได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีจนถึงปัจจุบัน เมืองแห่งนี้ยังตั้งอยู่บนถนนสายโรแมนติกซึ่งเป็นเส้นทางท่องเที่ยวยอดนิยมในตอนใต้ของรัฐบาวาเรีย

    ในอดีต โรเทินบวร์คเคยมีฐานะเป็นเสรีนครของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งในยุคหนึ่ง เมืองนี้เคยเป็นหนึ่งในเมืองใหญ่ที่สุดของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ด้วยประชากรเกือบสองหมื่นคนทั้งในและนอกกำแพงเมือง
    โรเธนเบิร์ก ออบ เดียร์ เทาเบอร์ (Rothenburg ob der Tauber) เยอรมนี โรเทินบวร์คอ็อพแดร์เทาเบอร์ หมายถึง "ปราการแดงบนแม่น้ำเทาเบอร์" เป็นเมืองชนบทในรัฐบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี ตั้งอยู่ทางตะวันออกจากนครเนือร์นแบร์คราว 80 กิโลเมตร เมืองแห่งนี้มีชื่อเสียงในเรื่องเขตเมืองเก่าสมัยยุคกลางซึ่งได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีจนถึงปัจจุบัน เมืองแห่งนี้ยังตั้งอยู่บนถนนสายโรแมนติกซึ่งเป็นเส้นทางท่องเที่ยวยอดนิยมในตอนใต้ของรัฐบาวาเรีย ในอดีต โรเทินบวร์คเคยมีฐานะเป็นเสรีนครของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งในยุคหนึ่ง เมืองนี้เคยเป็นหนึ่งในเมืองใหญ่ที่สุดของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ด้วยประชากรเกือบสองหมื่นคนทั้งในและนอกกำแพงเมือง
    121 Reach 0 Comments 0 Shares
  • ฮัลล์สตัทท์ (Hallstatt) ออสเตรีย
    ฮัลล์สตัทท์ (Hallstatt) เป็นหมู่บ้านในแหล่งมรดกโลกซัลทซ์คัมเมอร์กูท ตั้งอยู่ในรัฐอัปเปอร์ออสเตรีย ประเทศออสเตรีย ตั้งอยู่ใกล้กับทะเลสาบฮัลชตัททางตะวันตกเฉียงใต้ ในปีค.ศ. 2001 มีประชากร 946 คนตามสำมะโน

    ฮัลชตัทขึ้นชื่อเรื่องการผลิตเกลือซึ่งมีอายุย้อนไปได้ถึงช่วงเวลาก่อนประวัติศาสตร์ และเป็นที่มาของชื่อวัฒนธรรมฮัลชตัทซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกับกลุ่มชนที่พูดภาษาเคลต์, ภาษาเคลต์ดั้งเดิม และภาษาก่อนอิลลิเรียในยุคเหล็กตอนต้นของยุโรปเมื่อ 800–450 ปีก่อนคริสต์ศักราช มีการค้นพบหลักฐานทางโบราณคดียุคแรกสุดของชาวเคลต์บางชิ้นในหมู่บ้านนี้
    ฮัลล์สตัทท์ (Hallstatt) ออสเตรีย ฮัลล์สตัทท์ (Hallstatt) เป็นหมู่บ้านในแหล่งมรดกโลกซัลทซ์คัมเมอร์กูท ตั้งอยู่ในรัฐอัปเปอร์ออสเตรีย ประเทศออสเตรีย ตั้งอยู่ใกล้กับทะเลสาบฮัลชตัททางตะวันตกเฉียงใต้ ในปีค.ศ. 2001 มีประชากร 946 คนตามสำมะโน ฮัลชตัทขึ้นชื่อเรื่องการผลิตเกลือซึ่งมีอายุย้อนไปได้ถึงช่วงเวลาก่อนประวัติศาสตร์ และเป็นที่มาของชื่อวัฒนธรรมฮัลชตัทซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกับกลุ่มชนที่พูดภาษาเคลต์, ภาษาเคลต์ดั้งเดิม และภาษาก่อนอิลลิเรียในยุคเหล็กตอนต้นของยุโรปเมื่อ 800–450 ปีก่อนคริสต์ศักราช มีการค้นพบหลักฐานทางโบราณคดียุคแรกสุดของชาวเคลต์บางชิ้นในหมู่บ้านนี้
    119 Reach 0 Comments 0 Shares
  • ดอยค้ำฟ้า เชียงใหม่
    กางเต็นท์นอนกลางป่าซากุระกว่า 1000 ไร่  ที่ ดอยค้ำฟ้า  จุดกางเต็นท์ในอำเภอเชียงดาว อีก 1 จุดที่เราจะได้เห็นดอยหลวงเชียงดาวตั้งตระหง่านอย่างสง่างาม 

    บรรยากาศลานกางเต็นท์ที่เงียบสงบคละเคล้ากับเสียงนกร้องเจื้อยแจ้ว ที่บินโฉบไปมาระหว่างต้นสน และต้นพญาเสือโคร่ง ช่วงเย็นเดินออกจากลานกางเต็นท์ไปยังสวนหิน

    ลานหินธรรมชาติ ที่เต็มไปด้วยหินก้อนเล็กใหญ่ หลากหลายรูปแบบ ถูกจัดวางให้สวยงามโดยนักออกแบบที่ชื่อว่า ธรรมชาติ  จุดนี้เป็นจุดที่เราจะได้ชมวิว ดอยหลวงเชียงดาวได้ชัดเจนและได้มุมกว้างที่สุด 
    ดอยค้ำฟ้า เชียงใหม่ กางเต็นท์นอนกลางป่าซากุระกว่า 1000 ไร่  ที่ ดอยค้ำฟ้า  จุดกางเต็นท์ในอำเภอเชียงดาว อีก 1 จุดที่เราจะได้เห็นดอยหลวงเชียงดาวตั้งตระหง่านอย่างสง่างาม  บรรยากาศลานกางเต็นท์ที่เงียบสงบคละเคล้ากับเสียงนกร้องเจื้อยแจ้ว ที่บินโฉบไปมาระหว่างต้นสน และต้นพญาเสือโคร่ง ช่วงเย็นเดินออกจากลานกางเต็นท์ไปยังสวนหิน ลานหินธรรมชาติ ที่เต็มไปด้วยหินก้อนเล็กใหญ่ หลากหลายรูปแบบ ถูกจัดวางให้สวยงามโดยนักออกแบบที่ชื่อว่า ธรรมชาติ  จุดนี้เป็นจุดที่เราจะได้ชมวิว ดอยหลวงเชียงดาวได้ชัดเจนและได้มุมกว้างที่สุด 
    191 Reach 0 Comments 0 Shares
  • ม่อนล่อง เชียงใหม่
    ม่อนล่องเป็นดอยหน้าผาสูง ตั้งอยู่ในโครงการหลวงบ้านหนองหอย เลยขึ้นไปจากม่อนแจ่ม  ที่จุดกางเต็นท์นี้ยังค่อนข้างเงียบสงบ และเพียบพร้อมไปด้วยธรรมชาติรอบตัวทั้งภูเขา ต้นไม้ สายหมอก และดวงดาว  จึงเหมาะเป็นอย่างยิ่ง

    สำหรับคู่รักที่ต้องการมาพักผ่อนเพื่อปลดระวางความเครียด และดื่มด่ำกับธรรมชาติอย่างเต็มที่

    ช่วงที่เหมาะแก่การไปกางเต็นท์คือช่วงปลายฝนต้นหนาว และหน้าหนาว เพื่อให้เราได้สัมผัสผืนป่าสีเขียวกลางสายหมอกจางๆ
    ม่อนล่อง เชียงใหม่ ม่อนล่องเป็นดอยหน้าผาสูง ตั้งอยู่ในโครงการหลวงบ้านหนองหอย เลยขึ้นไปจากม่อนแจ่ม  ที่จุดกางเต็นท์นี้ยังค่อนข้างเงียบสงบ และเพียบพร้อมไปด้วยธรรมชาติรอบตัวทั้งภูเขา ต้นไม้ สายหมอก และดวงดาว  จึงเหมาะเป็นอย่างยิ่ง สำหรับคู่รักที่ต้องการมาพักผ่อนเพื่อปลดระวางความเครียด และดื่มด่ำกับธรรมชาติอย่างเต็มที่ ช่วงที่เหมาะแก่การไปกางเต็นท์คือช่วงปลายฝนต้นหนาว และหน้าหนาว เพื่อให้เราได้สัมผัสผืนป่าสีเขียวกลางสายหมอกจางๆ
    192 Reach 0 Comments 0 Shares
  • อัสซีซี (Assisi) อิตาลี
    เมืองอัสซีซี ตั้งอยู่ในจังหวัดเปรูจา แคว้นอุมเบรีย อยู่ทางตะวันตกของภูเขาซูบาซิโอ อิตาลี หนึ่งในมรดกโลกที่มีชื่อเสียงขององค์การยูเนสโก อัสซีซีเป็นเมืองเกิดของนักบุญฟรังซิสแห่งอัสซีซีผู้ก่อตั้งคณะฟรันซิสกันในปี ค.ศ. 1208

    คุณสามารถเรียนรู้และสำรวจประวัติศาสตร์และชีวิตของนักบุญฟรังซิส เดอ อัสซีซีผู้ก่อตั้งคณะฟรันซิสกัน คณะกลาริส และคณะชั้นสามของนักบุญฟรังซิส แม้นักบุญฟรังซิสจะไม่ใช่บาทหลวง แต่ถือเป็นศาสนบุคคลที่ไดัรับการเคารพนับถือมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์

    มีแลนด์มารค์สำคัญคือ มหาวิหารนักบุญฟรังซิสแห่งอัสซีซี (มรดกโลก) สร้างในคริสต์ศตวรรษที่ 13 เป็นมหาวิหารสามชั้น ส่วนล่างเริ่มสร้างไม่นานหลังจากที่ฟรังซิสแห่งอัสซีซีได้รับการประกาศเป็นนักบุญเมื่อปีค.ศ. 1228 และเสร็จเมื่อปีค.ศ. 1253 ส่วนนี้มีจิตรกรรมฝาผนังโดย ชิมาบูเอ (Cimabue) และ จอตโต ดี บอนโดเนซึ่งจิตรกรผู้มีชื่อเสียง ชั้นบนมีจิตรกรรมฝาผนังเป็นประวัติของฟรังซิสแห่งอัสซีซีโดยจอตโต ดี บอนโดเน

    อัสซีซี (Assisi) อิตาลี เมืองอัสซีซี ตั้งอยู่ในจังหวัดเปรูจา แคว้นอุมเบรีย อยู่ทางตะวันตกของภูเขาซูบาซิโอ อิตาลี หนึ่งในมรดกโลกที่มีชื่อเสียงขององค์การยูเนสโก อัสซีซีเป็นเมืองเกิดของนักบุญฟรังซิสแห่งอัสซีซีผู้ก่อตั้งคณะฟรันซิสกันในปี ค.ศ. 1208 คุณสามารถเรียนรู้และสำรวจประวัติศาสตร์และชีวิตของนักบุญฟรังซิส เดอ อัสซีซีผู้ก่อตั้งคณะฟรันซิสกัน คณะกลาริส และคณะชั้นสามของนักบุญฟรังซิส แม้นักบุญฟรังซิสจะไม่ใช่บาทหลวง แต่ถือเป็นศาสนบุคคลที่ไดัรับการเคารพนับถือมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ มีแลนด์มารค์สำคัญคือ มหาวิหารนักบุญฟรังซิสแห่งอัสซีซี (มรดกโลก) สร้างในคริสต์ศตวรรษที่ 13 เป็นมหาวิหารสามชั้น ส่วนล่างเริ่มสร้างไม่นานหลังจากที่ฟรังซิสแห่งอัสซีซีได้รับการประกาศเป็นนักบุญเมื่อปีค.ศ. 1228 และเสร็จเมื่อปีค.ศ. 1253 ส่วนนี้มีจิตรกรรมฝาผนังโดย ชิมาบูเอ (Cimabue) และ จอตโต ดี บอนโดเนซึ่งจิตรกรผู้มีชื่อเสียง ชั้นบนมีจิตรกรรมฝาผนังเป็นประวัติของฟรังซิสแห่งอัสซีซีโดยจอตโต ดี บอนโดเน
    1
    298 Reach 0 Comments 0 Shares
  • บราชอฟ (Brasov) โรมาเนีย
    Brasov, Romania เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ตอนกลางของประเทศ นอกจากนี้ยังมีร่องรอยวัฒนธรรมโรมาเนียโบราณ บราซอฟเป็นเมืองที่สวยงาม มากเสียจนนักท่องเที่ยวเรียกติดตลกว่า "สวิตเซอร์แลนด์น้อยในยุโรปตะวันออก" เป็นที่ชื่นชอบของชาวโรมาเนีย

    บราซอฟเป็นเมืองที่มีจตุรัสกลางที่สวยงามและกำแพงเมืองในยุคกลางซึ่งคุณสามารถเดินเล่นได้ Brasov ยังอยู่ใกล้กับปราสาท Dracula ที่มีชื่อเสียงและเป็นเมืองที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหมด รวมถึงการเดินป่าในภูเขาที่อยู่ใกล้เคียง
    บราชอฟ (Brasov) โรมาเนีย Brasov, Romania เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ตอนกลางของประเทศ นอกจากนี้ยังมีร่องรอยวัฒนธรรมโรมาเนียโบราณ บราซอฟเป็นเมืองที่สวยงาม มากเสียจนนักท่องเที่ยวเรียกติดตลกว่า "สวิตเซอร์แลนด์น้อยในยุโรปตะวันออก" เป็นที่ชื่นชอบของชาวโรมาเนีย บราซอฟเป็นเมืองที่มีจตุรัสกลางที่สวยงามและกำแพงเมืองในยุคกลางซึ่งคุณสามารถเดินเล่นได้ Brasov ยังอยู่ใกล้กับปราสาท Dracula ที่มีชื่อเสียงและเป็นเมืองที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหมด รวมถึงการเดินป่าในภูเขาที่อยู่ใกล้เคียง
    250 Reach 0 Comments 0 Shares
  • เดลฟท์ (Delft) เนเธอร์แลนด์
    เดลฟท์ เป็นเมืองในจังหวัดเซาท์ฮอลแลนด์ (Zuid-Holland) ในประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่ตั้งอยู่ระหว่างร็อตเตอร์ดัม และ เฮก เดลฟท์มีชื่อเสียงเช่นเดียวกับเมืองดัตช์อื่นๆ ที่เป็นเมืองที่มีศูนย์กลางเป็นคลอง และเป็นเมืองของโยฮันส์ เวร์เมร์, เครื่องกระเบื้องเดลฟท์ (Delftware), มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งเดลฟท์ และความเกี่ยวดองกับราชวงศ์ออเรนจ์-นาซอ
    เดลฟท์ (Delft) เนเธอร์แลนด์ เดลฟท์ เป็นเมืองในจังหวัดเซาท์ฮอลแลนด์ (Zuid-Holland) ในประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่ตั้งอยู่ระหว่างร็อตเตอร์ดัม และ เฮก เดลฟท์มีชื่อเสียงเช่นเดียวกับเมืองดัตช์อื่นๆ ที่เป็นเมืองที่มีศูนย์กลางเป็นคลอง และเป็นเมืองของโยฮันส์ เวร์เมร์, เครื่องกระเบื้องเดลฟท์ (Delftware), มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งเดลฟท์ และความเกี่ยวดองกับราชวงศ์ออเรนจ์-นาซอ
    265 Reach 0 Comments 0 Shares
  • แกรนด์แคนยอน (Grand Canyon) สหรัฐอเมริกา
    แกรนด์แคนยอน เป็นดินแดนหินผาและหุบเหว ซึ่งหน้าผามีความสูงถึง 1,600 เมตร และหุบเหวยาวถึง 450 กิโลเมตร และกว้างโดยเฉลี่ย 15 กิโลเมตร อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา ชาวยุโรปผู้เข้าสำรวจกลุ่มแรกคือพันตรี จอห์น เวสลีย์ พาวเวลล์ และคณะเมื่อปี ค.ศ. 1869 ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวนับแสนคนในแต่ละปี

    แกรนด์แคนยอนเกิดขึ้นโดยอิทธิพลของแม่น้ำโคโลราโด ไหลผ่านที่ราบสูงทำให้เกิดการสึกกร่อน พังทะลายของหินเป็นเวลา 990 ล้านปีมาแล้ว เดิมทีแม่น้ำโคโลราโดมีสภาพเป็นลำธารเล็กๆที่ไหลคด เคี้ยวไป ตามที่ราบกว้างใหญ่ที่อยู่ ระดับเดียวกับน้ำทะเล ต่อมาพื้นโลกเริ่มยกตัวสูงขึ้น อันเนื่องมาจาก แรงดันและ ความร้อนอันมหาศาลภายใต้พื้น โลกที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนรูปและกลายเป็นแนวเทือกเขา กว้างใหญ่ การยกตัว ของแผ่นดินทำให้ทางที่ลำธาร ไหลผ่านลาดชันขึ้นและทำให้น้ำไหลแรงมากขึ้น พัดเอาทรายและตะกอนไปตาม น้ำเกิดการกัดเซาะลึกลงไปทีละน้อยในเปลือกโลก วัดจากขอบลงไป ก้นหุบเหวกว่า 1 ไมล์ (ประมาณ 1,600 เมตร) และอาจลึกว่าสองเท่า ของความหนาของเปลือกโลก ก่อให้เกิดหินแกรนิต หินชั้นแบบต่าง ๆ พื้นดินที่เป็น หินทรายถูกน้ำ และลมกัดเซาะ จนเป็นร่องลึกสลับ ซับซ้อนนานนับล้านปี เป็นแคนยอนงดงามน่าพิศวงเนื่อง จากผลของดินฟ้าอากาศ ความร้อนเย็นซึ่งมีอิทธิพลรอบด้าน
    แกรนด์แคนยอน (Grand Canyon) สหรัฐอเมริกา แกรนด์แคนยอน เป็นดินแดนหินผาและหุบเหว ซึ่งหน้าผามีความสูงถึง 1,600 เมตร และหุบเหวยาวถึง 450 กิโลเมตร และกว้างโดยเฉลี่ย 15 กิโลเมตร อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา ชาวยุโรปผู้เข้าสำรวจกลุ่มแรกคือพันตรี จอห์น เวสลีย์ พาวเวลล์ และคณะเมื่อปี ค.ศ. 1869 ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวนับแสนคนในแต่ละปี แกรนด์แคนยอนเกิดขึ้นโดยอิทธิพลของแม่น้ำโคโลราโด ไหลผ่านที่ราบสูงทำให้เกิดการสึกกร่อน พังทะลายของหินเป็นเวลา 990 ล้านปีมาแล้ว เดิมทีแม่น้ำโคโลราโดมีสภาพเป็นลำธารเล็กๆที่ไหลคด เคี้ยวไป ตามที่ราบกว้างใหญ่ที่อยู่ ระดับเดียวกับน้ำทะเล ต่อมาพื้นโลกเริ่มยกตัวสูงขึ้น อันเนื่องมาจาก แรงดันและ ความร้อนอันมหาศาลภายใต้พื้น โลกที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนรูปและกลายเป็นแนวเทือกเขา กว้างใหญ่ การยกตัว ของแผ่นดินทำให้ทางที่ลำธาร ไหลผ่านลาดชันขึ้นและทำให้น้ำไหลแรงมากขึ้น พัดเอาทรายและตะกอนไปตาม น้ำเกิดการกัดเซาะลึกลงไปทีละน้อยในเปลือกโลก วัดจากขอบลงไป ก้นหุบเหวกว่า 1 ไมล์ (ประมาณ 1,600 เมตร) และอาจลึกว่าสองเท่า ของความหนาของเปลือกโลก ก่อให้เกิดหินแกรนิต หินชั้นแบบต่าง ๆ พื้นดินที่เป็น หินทรายถูกน้ำ และลมกัดเซาะ จนเป็นร่องลึกสลับ ซับซ้อนนานนับล้านปี เป็นแคนยอนงดงามน่าพิศวงเนื่อง จากผลของดินฟ้าอากาศ ความร้อนเย็นซึ่งมีอิทธิพลรอบด้าน
    1k Reach 0 Comments 0 Shares
  • น้ำตกวิกตอเรีย (Victoria Falls) แซมเบีย - ซิมบับเว
    น้ำตกวิกตอเรีย หรือในชื่อท้องถิ่นว่า โมซิ-โอวา-ทุนยา หรือในซิมบับเวเรียกว่าน้ำตกมูกาบี (Mugabe Falls) ตั้งอยู่บริเวณรอยต่อของประเทศแซมเบีย และ ประเทศซิมบับเว เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ถูกค้นพบครั้งแรกโดย เดวิด ลิฟวิงสโตน ในปี ค.ศ. 1855 ซึ่งเป็นผู้ตั้งชื่อน้ำตกนี้เพื่อเป็นเกียรติแก่สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย

    น้ำตกวิกตอเรียเกิดจากแม่น้ำซัมเบซีซึ่งเป็นแม่น้ำกั้นพรมแดนของสองประเทศ ตกลงมาสู่แอ่งลึก น้ำตกมีขนาดกว้างกว่า 1690 เมตร สูงประมาณ 60-100 เมตร น้ำตกวิกตอเรียสามารถแบ่งเป็น 4 ส่วนย่อย ได้แก่ น้ำตกปีศาจ น้ำตกหลัก น้ำตกสายรุ้ง และน้ำตกตะวันออก ไอน้ำจากน้ำตกวิกตอเรียสามารถมองเห็นได้จากระยะทาง 20 กิโลเมตร

    น้ำตกวิกตอเรียได้รับเลือกให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1989 ปัจจุบันน้ำตกวิกตอเรียเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งสร้างรายได้ที่สำคัญของประเทศแซมเบียและประเทศซิมบับเว จึงมีการสร้างโรงแรมและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในทั้งสองประเทศ แต่การพัฒนาเหล่านี้ขาดการควบคุมจัดการที่ดีองค์การยูเนสโกจึงเคยพิจารณาจะถอนน้ำตกวิกตอเรียออกจากการเป็นมรดกโลก
    น้ำตกวิกตอเรีย (Victoria Falls) แซมเบีย - ซิมบับเว น้ำตกวิกตอเรีย หรือในชื่อท้องถิ่นว่า โมซิ-โอวา-ทุนยา หรือในซิมบับเวเรียกว่าน้ำตกมูกาบี (Mugabe Falls) ตั้งอยู่บริเวณรอยต่อของประเทศแซมเบีย และ ประเทศซิมบับเว เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ถูกค้นพบครั้งแรกโดย เดวิด ลิฟวิงสโตน ในปี ค.ศ. 1855 ซึ่งเป็นผู้ตั้งชื่อน้ำตกนี้เพื่อเป็นเกียรติแก่สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย น้ำตกวิกตอเรียเกิดจากแม่น้ำซัมเบซีซึ่งเป็นแม่น้ำกั้นพรมแดนของสองประเทศ ตกลงมาสู่แอ่งลึก น้ำตกมีขนาดกว้างกว่า 1690 เมตร สูงประมาณ 60-100 เมตร น้ำตกวิกตอเรียสามารถแบ่งเป็น 4 ส่วนย่อย ได้แก่ น้ำตกปีศาจ น้ำตกหลัก น้ำตกสายรุ้ง และน้ำตกตะวันออก ไอน้ำจากน้ำตกวิกตอเรียสามารถมองเห็นได้จากระยะทาง 20 กิโลเมตร น้ำตกวิกตอเรียได้รับเลือกให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1989 ปัจจุบันน้ำตกวิกตอเรียเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งสร้างรายได้ที่สำคัญของประเทศแซมเบียและประเทศซิมบับเว จึงมีการสร้างโรงแรมและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในทั้งสองประเทศ แต่การพัฒนาเหล่านี้ขาดการควบคุมจัดการที่ดีองค์การยูเนสโกจึงเคยพิจารณาจะถอนน้ำตกวิกตอเรียออกจากการเป็นมรดกโลก
    2k Reach 0 Comments 0 Shares
  • แอนตาร์กติกา Antarctica
    แอนตาร์กติกา เป็นทวีปที่อยู่ใต้สุดของโลก ตั้งอยู่ในภูมิภาคแอนตาร์กติกในซีกโลกใต้และเป็นที่ตั้งขั้วโลกใต้ทางภูมิศาสตร์ เกือบทั้งหมดอยู่ในวงกลมแอนตาร์กติกและล้อมรอบด้วยมหาสมุทรใต้ มีพื้นที่ประมาณ 14 ล้านตารางกิโลเมตร เป็นทวีปที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก ใหญ่กว่าทวีปออสเตรเลียถึง 2 เท่า พื้นที่ 98% ของทวีปปกคลุมด้วยน้ำแข็งหนาเฉลี่ย 1.9 กิโลเมตร ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดเว้นแต่ส่วนเหนือสุดของคาบสมุทรแอนตาร์กติก

    โดยค่าเฉลี่ยแล้วแอนตาร์กติกาเป็นทวีปที่หนาวที่สุด แห้งแล้งที่สุด ลมแรงที่สุดและมีความสูงโดยเฉลี่ยมากที่สุด แอนตาร์กติกาเป็นทะเลทรายที่มีหยาดน้ำฟ้าเฉลี่ย 200 มิลลิเมตรต่อปีตามแนวชายฝั่งและพื้นที่ภายใน ในช่วงไตรมาสที่สามซึ่งเป็นช่วงที่หนาวสุดของปีจะมีอุณหภูมิเฉลี่ย -63 °C แต่ (ที่สถานีวอสตอค ของรัสเซีย) อุณหภูมิที่วัดได้เคยต่ำถึง -89.2 °C (และเคยวัดได้ถึง -94.7 °C โดยเป็นการวัดจากดาวเทียมในอวกาศ) บางสถานที่มีคนราว 1,000 ถึง 5,000 คนอาศัยในสถานีวิจัยที่กระจายอยู่ทั่วทั้งทวีปตลอดทั้งปี สิ่งมีชีวิตในแอนตาร์กติกาจะเป็นพวกสาหร่าย, แบคทีเรีย, เห็ดรา, พืช, โพรทิสต์และสัตว์บางชนิดเช่น ตัวเห็บ, ตัวไร, หนอนตัวกลม, เพนกวิน, สัตว์ตีนครีบและหมีน้ำส่วนพืชก็จะเป็นพวกทันดรา
    แอนตาร์กติกา Antarctica แอนตาร์กติกา เป็นทวีปที่อยู่ใต้สุดของโลก ตั้งอยู่ในภูมิภาคแอนตาร์กติกในซีกโลกใต้และเป็นที่ตั้งขั้วโลกใต้ทางภูมิศาสตร์ เกือบทั้งหมดอยู่ในวงกลมแอนตาร์กติกและล้อมรอบด้วยมหาสมุทรใต้ มีพื้นที่ประมาณ 14 ล้านตารางกิโลเมตร เป็นทวีปที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก ใหญ่กว่าทวีปออสเตรเลียถึง 2 เท่า พื้นที่ 98% ของทวีปปกคลุมด้วยน้ำแข็งหนาเฉลี่ย 1.9 กิโลเมตร ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดเว้นแต่ส่วนเหนือสุดของคาบสมุทรแอนตาร์กติก โดยค่าเฉลี่ยแล้วแอนตาร์กติกาเป็นทวีปที่หนาวที่สุด แห้งแล้งที่สุด ลมแรงที่สุดและมีความสูงโดยเฉลี่ยมากที่สุด แอนตาร์กติกาเป็นทะเลทรายที่มีหยาดน้ำฟ้าเฉลี่ย 200 มิลลิเมตรต่อปีตามแนวชายฝั่งและพื้นที่ภายใน ในช่วงไตรมาสที่สามซึ่งเป็นช่วงที่หนาวสุดของปีจะมีอุณหภูมิเฉลี่ย -63 °C แต่ (ที่สถานีวอสตอค ของรัสเซีย) อุณหภูมิที่วัดได้เคยต่ำถึง -89.2 °C (และเคยวัดได้ถึง -94.7 °C โดยเป็นการวัดจากดาวเทียมในอวกาศ) บางสถานที่มีคนราว 1,000 ถึง 5,000 คนอาศัยในสถานีวิจัยที่กระจายอยู่ทั่วทั้งทวีปตลอดทั้งปี สิ่งมีชีวิตในแอนตาร์กติกาจะเป็นพวกสาหร่าย, แบคทีเรีย, เห็ดรา, พืช, โพรทิสต์และสัตว์บางชนิดเช่น ตัวเห็บ, ตัวไร, หนอนตัวกลม, เพนกวิน, สัตว์ตีนครีบและหมีน้ำส่วนพืชก็จะเป็นพวกทันดรา
    1
    1k Reach 0 Comments 0 Shares
  • อ่าวมาหยา กระบี่
    อ่าวมาหยา ตั้งอยู่บนเกาะพีพีเล เกาะขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของหมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ อ่าวมาหยา เกิดจากการสร้างสรรค์ของธรรมชาติ จากการพังทลายของหน้าผาที่โอบล้อม แหว่งเป็นเวิ้งอ่าวขนาดเล็กรูปพระจันทร์เสี้ยวที่โอบล้อมด้วยเขาหินปูน

    อ่าวมาหยา นับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นไฮไลท์อีกจุดหนึ่งของทะเลกระบี่ ที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมาพักผ่อนทิ้งตัวทิ้งใจลงบนหาดทรายขาวละเอียดที่เค้าว่ากันว่าละมุนเหมือนผงแป้ง นอนแช่น้ำทะเลใสสีเขียวมรกต สัมผัสบรรยากาศและธรรมชาติแวดล้อมซึ่งปกคลุมไปด้วยพันธุ์ไม้ชายทะเล จึงไม่แปลกใจเลยที่ต่างชาติจะยกให้ “อ่าวมาหยา” เป็นทะเลไทยที่สวยติดอันดับโลก
    อ่าวมาหยา กระบี่ อ่าวมาหยา ตั้งอยู่บนเกาะพีพีเล เกาะขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของหมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ อ่าวมาหยา เกิดจากการสร้างสรรค์ของธรรมชาติ จากการพังทลายของหน้าผาที่โอบล้อม แหว่งเป็นเวิ้งอ่าวขนาดเล็กรูปพระจันทร์เสี้ยวที่โอบล้อมด้วยเขาหินปูน อ่าวมาหยา นับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นไฮไลท์อีกจุดหนึ่งของทะเลกระบี่ ที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมาพักผ่อนทิ้งตัวทิ้งใจลงบนหาดทรายขาวละเอียดที่เค้าว่ากันว่าละมุนเหมือนผงแป้ง นอนแช่น้ำทะเลใสสีเขียวมรกต สัมผัสบรรยากาศและธรรมชาติแวดล้อมซึ่งปกคลุมไปด้วยพันธุ์ไม้ชายทะเล จึงไม่แปลกใจเลยที่ต่างชาติจะยกให้ “อ่าวมาหยา” เป็นทะเลไทยที่สวยติดอันดับโลก
    1k Reach 0 Comments 0 Shares
More Stories
TravelGear24 | Sale 50% Clearance ลดราคา
กระเป๋าเดินทาง มีตำหนิ
โครงอลูมิเนียม 4 ล้อลาก ขนาด 20 / 24 / 28 นิ้ว PC 100% (Polycarbonate) รุ่น SKEW Luggage - XA2001
TravelGear24 | Sale 50% Clearance ลดราคา กระเป๋าเดินทาง มีตำหนิ โครงอลูมิเนียม 4 ล้อลาก ขนาด 20 / 24 / 28 นิ้ว PC 100% (Polycarbonate) รุ่น SKEW Luggage - XA2001
C.LAZADA.CO.TH
TravelGear24 | Sale 50% Clearance ลดราคา กระเป๋าเดินทาง มีตำหนิ โครงอลูมิเนียม 4 ล้อลาก ขนาด 20 / 24 / 28 นิ้ว PC 100% (Polycarbonate) รุ่น SKEW Luggage - XA2001
ซื้อ TravelGear24 | Sale 50% Clearance ลดราคา กระเป๋าเดินทาง มีตำหนิ โครงอลูมิเนียม 4 ล้อลาก ขนาด 20 / 24 / 28 นิ้ว PC 100% (Polycarbonate) รุ่น SKEW Luggage - XA2001 ผ่านระบบออนไลน์ที่ Lazada Thailand เรามีส่วนลดและโปรโมชั่นอีกมากมายใน กระเป๋าเดินทาง
1
12k Reach 0 Comments 0 Shares

No results to show

No results to show

No results to show

No results to show

No results to show